นิยายไทยรัฐ: รุกฆาต ตอนที่ 27 อวสาน

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาตตอนที่ 27 ตอนอวสาน
โดย: แสงแข
บทประพันธ์และบทละครโทรทัศน์: คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
กำกับการแสดงโดย: นนทนันท์ สังขสวัสดิ์
ออกอากาศทาง: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เครดิต: ไทยรัฐฉบับวันที่ 30 กันยายน 2552, 1-2 ตุลาคม 2552

รุกฆาต ตอนที่ 27 อวสาน

เพลิง ตะเภา กับเหล่านักรบนาคินทร์เดินลัดเลาะมาถึงทางเข้าท้ายตลาดเมืองพล เห็นคนของแสนกับจันทร์งาม เดินตรวจเข้มรอบบริเวณไม่ยอมให้ใครผ่านเข้าออกได้ง่าย ตะเภาสงสัยว่าจะผ่านเข้าไปช่วยเด็กได้อย่างไร

“เราต้องปลอมตัวเป็นพวกมันเข้าไป เพื่อไม่ให้พวกมันรู้ตัว แต่ต้องจัดการพวกมันด้วยิธีที่เงียบที่สุด” ตะเภายิ้ม หยิบคมแฝกอาวุธร้ายกาจที่เงียบที่สุดซึ่งเหน็บไว้ข้างหลังอีกอันหนึ่งส่งให้เพลิง บอกว่าเธอจะจัดการคนของจันทร์งาม ส่วนเขาจัดการเก้บพวกแสน เพลิงค่อยๆย่องเข้าไปจัดการลูกน้องของแสนสองคนที่ยืนดูต้นทาง ถอดเสื้อพวกมันมาสวมแทนเสื้อผ้าของตัวเอง ขณะที่ตะเภาหลบไปท้ายซอยแคบๆแห่งหน่งท้ายตลาดเมืองพล จัดการฟาดคมแฝกใส่คนของจันทร์งามสองคนล้มคว่ำนักรบนาคินทร์ที่ซุ่มดูอยู่ตามเข้ามาช่วยกันลากทั้งคู่ไปซ่อนจากนั้น เพลิง ตะเภา กับเหล่านักรบนาคินทร์ในคราบคนของแสนกับจันทร์งามมาเจอกันยังจุดนัดพบ

ทั้งหมดเดินผ่านกลุ่มชาวบ้านที่ปิดทางเข้าออกเมืองพล เห็นพวกนั้นบางคนนั่งร้องไห้อย่างไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองบางคนจับกลุ่มกันด่าพวกผู้กล้าเมืองพลต่างๆนานาด้วยความแค้นใจ ตะเภาได้ยินแล้วทนไม่ไหวจะเข้าไปอธิบาย แต่เพลิงรั้งไว้ บอกว่าไม่มีประโยชน์ เมื่อไรที่ช่วยเด็กออกมาได้ ชาวบ้านจะเข้าใจพวกเราเอง จังหวะนั้น รองเพชร จงอาง จ่ากานพลูกับหมู่กร๊วก เดินมาดักหน้าเพลิงกับตะเภาราวกับรู้ว่าทั้งสองคนเป็นใครแล้วพากันไปคุยในที่ลับตา รองเพชรรายงานว่าอีกไม่นานกำลังทหารและตำรวจจากส่วนกลางจะเขามาร่วมกับชุดเดิมที่มีอยู่เขาเกรงว่าชาวบ้านจะกดดัน ทนไม่ไหวจนเกิดปะทะกัน เพลิงนิ่งคิด “ถึงยังไง รองเพชรและหน่วยรบรุกฆ่าจะต้องช่วยกันยื้อเวลาชาวบ้านให้นานที่สุด รอให้ฉันช่วยเด็กๆออกมาให้ได้ก่อน” รองเพชรรับคำ ทั้งหมดต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน…

ขณะเดียวกัน กัลป์ ตะโพน นักรับนาคินทร์ กับชายที่หน้าเหมือนองอาจ มุ่งหน้าไปยังสะพานร้อยศพ กัลป์ไม่เอะใจสักนิดว่าแสนกับลูกน้องซุ่มตัวอยู่บนเนินเหนือช่องเขาก่อนจะถึงสะพานร้อยศพ กำลังส่งกล้องดูความเคลื่อนไหวของพวกกัลป์ที่มุ่งหน้าเข้าสู่กับดักแห่งความตายด้วยสายตาเหี้ยมโหด “ไอ้กัลป์เข้ามาถึงช่องเขาเมื่อไหร่ ยิงถล่มพวกมันทันที” แสนหันไปสั่งหน่วยแม่นปืนของตน ด้านตะโพนเห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอยู่ด้านหน้า ปรี่เข้าไปดูด้วยความดีใจ ที่ต้นไม้หายากพวกนี้ยังมีให้เห็นในป่าเมืองพล อารามดีใจรีบเดิน ตะโพนจึงชนกับชายหน้าเหมือนองอาจอย่างจังจนล้ม กลับป์เดินเข้ามาช่วยดึงชายคนนั้นลุกขึ้น บังเอิญมองเห็นศรีษะของเขาไม่มีรอยแผลเป็น ถึงกับชะงักแต่ไม่แสดงอาการพิรุธอะไร

ชายคนนั้นเดินนำไปพร้อมกับตะโพน กัลป์เดินตามพลันภาพในอดีตที่เคยคุยกับพลอยรุ้งผุดขึ้นมาในความคิดของกัลป์ ตอนนั้นพลอยรุ้งกำลังรักษานักรบนาคินทร์คนหนึ่งถูกแทงที่ท้องเป็นแผลเปิดน่ากลัว “แผลลึกขนาดนี้ หายแล้วจะมีรอยแผลเป็นมั้ย” กัลป์ถามด้วยความสนใจ “ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผลค่ะ ถ้าเป็นแผลฉกรรจ์ ผ่าตัดแล้วก็ยังมีร่องรอยให้เห็น”

กัลป์ฉุกคิดถึงคำพูดของพลอยรุ้ง จ้องชายที่ตนคิดว่าเป็นองอาจแขม็ง รอจนตะโพนเดินห่างออกไป จึงแกล้งถามถึงเหตุการณ์ในอดีตที่รู้กันเฉพาะกัลป์ องอาจ และเพลิง เมื่อครั้งที่ร่วมมือกันโค่นอำนาจของแสน แต่แล้วชายคนนั้นกลับบอกเหตุการณ์สำคัญนั้นผิด ทำให้กัลป์จับได้ว่าเขาไม่ใช่นายอำเภอองอาจ ชักคมแฝกปรี่เข้าฟาดใส่อย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นตกใจ หลบได้อย่างหวุดหวิด

ด้านเสือส่งกล้องทางไกลเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรีบรายงานแสนว่าชายหน้าเหมือนองอาจถูกกัลป์เล่นงาน ขวานแนะให้บุกเข้าไปช่วย แสนกลับบอกว่าไม่ต้อง เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าชายคนนั้นเป็นองอาจตัวจริงหรือเปล่า กัลป์อาจจะซ้อนแผนล่อพวกเราเข้าไปติดกับดักก็ได้ ฝ่ายกัลป์ใช้คมแฝกกดที่คอองอาจตัวปลอม เค้นถามว่าเป็นใคร เขายังคงแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าเป็นนายอำเภอองอาจแต่สุดท้ายจำนนด้วยหลักฐาน เข้าปรับสีหน้าเป็นเหี้ยมโดดขึ้นมาทันที “หึ…รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว”

กัลป์ไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร ชายคนนั้นพุ่งเข้าใส่พร้อมกับชักมีดพกแทง กัลป์ไวกว่าตวัดคมแฝกฟาดด้วยท่าไม้ตายท่าสุบรรณสนั่นภพกับท่าครุฑาถลาลม จนเขาร่วงลงไปกองกับพื้นเลือดกบปาก แล้วสั่งนักรบนาคินทร์จับตัวไว้ กัลป์เข้าไปกระชากคอเสื้อขึ้นมา ถามคาดคั้นให้บอกว่าเป็นใครกันแน่ “ถ้าประวัติของฉันช่วยย้ำเตือนความโง่ของแก ฉันจะสงเคราะห์ให้”

เขาหัวเราะร่วน เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่า ตนเป็นนักโทษรอวันประหาร แต่แฟรงค์ใช้เส้นสายเอาตัวออกจากคุกแล้วพาไปทำศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงใบหน้าอยู่หลายครั้งให้เหมือนนายอำเภอองอาจมากที่สุด พวกกัลป์จะได้สับสนและไม่ทำร้ายเขา แฟรงค์จะเป็นคนคอยหาข้อมูลทุกอย่างขององอาจมาให้เพื่อความสมจริง “หึๆ ฉันรู้แม้กระทั้งเรื่แงราวที่แกคุยกันในวันสุดท้ายก่อนไอ้องอาจจะตาย” “แสดงว่าไอ้แฟรงค์มันวางแผนยึดครองแผ่นดินเมืองพลมานานแล้ว” “อ๊ะๆ…มีมันสมองเหมือนกันนี่” เขาหัวเราะชอบใจ

ตะโพนแค้นจัดแนะกัลป์ให้ฆ่าทิ้ง เขากับหัวเราะลั่นขู่ว่าถ้าตนเองตาย เพลิงก็ต้องตายเหมือนกัน ทันที่ที่เพลิงเปิดประตูเข้าไปในโรงปอร้าง ระเบิดเวลาก็เริ่มทำงาน ทันใดนั้นมีเสียงระเบิดดังขึ้นรอบๆ กัลป์ ตะโพน กับเหล่านักรบนาคินทร์พุ่งตัวหมอบราบกับพื้น แสนกับลูกน้องโผล่เขามายิงกระหน่ำใส่พวกกัลป์อุตลุด กัลป์กับตะโพนเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นกับดัก เหล่านักรบกระชากปืนขึ้นมายิงโต้ตอบ กัลป์หันไปสั่งนักรบคนหนึ่งรีบวิทยุแจ้งเพลิงว่ามีระเบิดอยู่ในโรงปอ ห้ามเปิประตูเข้าไปเด็ดขาด…

ในเวลาเดียวกัน เพลิง ตะเภา กับนักรบอีกส่วนหนึ่งมาถึงถนนทางเข้าโรงปอร้าง เห็นลูกน้องแสนเดินขวักไขว่เฝ้าเวรยามอย่างเข้มงวด เพลิงยิ่งมั่นใจว่าเด็กอยู่ในนั้นจริงๆ ลูกน้องแสนเดินลาดตระเวนมาเห็นทั้งสองคนกำลังยืนคุยกันรีบตะโกนเรียกคนอื่นๆ เข้ามาชวยจัดการ พวกนั้นกรูกันเข้ามาระดมยิงใส่เลพิงกับตะเภาไม่ยั้ง เพลิงคว้าตัวตะเภาโดดหลบเข้าที่กำบัง ชักปืนยิงโต้ตอบ เหล่านักรบนาคินทร์ออกจาที่ซ่อนเข้ามาช่วยยิงต่อสู้ พวกรองเพชรตามเข้ามาสมทบ เพลิงถามรองเพชรอย่างร้อนใจว่ามาที่นี่แล้วใครจะดูแลทางเมืองพล “จงอางนำกำลังหน่วยรบรุกฆาตดูเชิงอยู่ครับ” เพลิงคลายกังวลลงบ้าง ตะเภาเร่งเพลิงให้รีบเข้าไปช่วยเด็กๆ ขณะเพลิงวิ่งตรงไปยังโรงปอร้าง บังเอิญทำวิทยุสื่อสารหล่นหาย…

ทางด้านกัลป์กำลังดวลเพลงคมแฝกกับแสนอย่างเร้าใจ ตอนที่นักรบนาคินทร์วิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อเพลิงได้ แสนได้ยินถึงกับหัวเราะสะใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน กัลป์ชะงักหน้าเครียดขึ้นมาทันที แสนได้ทีฟาดคมแฝกใส่เป็นชุดกลับป์ตั้งรับแล้วโต้กลับอย่างหนักหน่วง หวังจะฝ่าพวกแสนไปช่วยเพลิง แสนตั้งท่ารับคมแฝกไม้ตายเตรียมจะเล่นงานกัลป์ มีเสียงประทัดดังขึ้นโดยรอบ ทุกคนชะงัก หันมองหาที่มาของเสียงตะโพนกำลังจุดประทัดพวงใหญ่โยนไปรอบๆ เพื่อเบนความสนใจ ให้กัลป์กับพวกนักรบหนีพ้นบริเวณนั้น แสนเห็นกัลป์จะหนีรีบขวางระเบิดใส่ กัลป์ตวัดคมแฝกตีระเบิดไปยังทิศทางที่องอาจตัวปลอม ระเบิดพุ่งเข้ามาตกตรงหน้าแล้วเกิดระเบิดตูมร่างของเขาแหลกตายคาที่

เพียงฟ้าได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารจากกัลป์ว่าทุกอย่างเป็นแผนชั่วของแสนกับเจ้าจันทร์งาม พวกเขาถูกดักโจมตีก่อนถึงสะพานร้อยศพ วิหคเจ็บใจที่โดนองอาจตัวปลอมหลอก พอเพียงฟ้ารู้ว่ากัลป์จะไปช่วยเพลิงจึงตัดสินใจพากำลังไปช่วย แต่แล้วเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นติดๆ กันรอบค่าย ตาลวิ่งหน้าตื่นเข้ามา

“แย่แล้วค่ะ เจ้าจันทร์งามพาคนมาปิดล้อมค่ายเราเต็มไปหมด” จันทร์งาม ชบากับเหล่องค์รักษ์ดาหน้าเข้าต่อสู้กับกองกำลังนักรบนาคินทร์อย่างดุเดือด เพียงฟ้าวิ่งตามเข้ามาสมทบกับเหล่านักรบยิ่งต่อสู้กับพวกจันทร์งาม พลอยรุ้งเร่งวิหคให้หาทางช่วยท่านผู้นำ วิหคนิ่งคิด อยู่ๆก็มีเสียงฟ้าร้องดังก้องเข้ามาในหัววิหค พยายามหลับตาตั้งสมาธิแต่เสียงฟ้าร้องยังคงดังก้องขึ้นอีก “พายุฝนกำลังจะมา ต้องให้ทุกคนอาศัยเวลานี้ถอยไปตั้งหลัก” วิหคมองหาเป้ขององอาจอย่างนึกรู้

ครู่ต่อมา ขณะจันทร์งามกับเพียงฟ้าต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายไม่มีใครยอมใคร ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ปกคลุมไปด้วยเมฆดำทะมึนราวกับพายุฝนกำลังจะมา วิหคกับพลอยรุ้งวิ่งมาหยุดอยู่ไม่ห่างจากเพียงฟ้า วิหคตะโกนบอกเพียงฟ้าให้หลบก่อนทั้งคู่ช่วยกันขว้างขดลวดทองแดงที่ม้วนเป็นก้อนเข้าใส่จันทร์งามกับพวก พวกนั้นคิดว่าเป็นระเบิดรีบพุ่งตัวนอนราบกับพื้นเงยหน้าขึ้นเห็นก้อนขดลวดทองแดงเกลื่อนพื้น แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จันทร์งานเจ็บใจคิดว่าวิหคหลอก สั่งชบาให้ยิงทิ้งทันใดนั้นเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างใส่ขดลวดทองแดงที่ล่อฟ้าได้อย่างดีดังสนั่นหวั่นไหว จันทร์งามกับสมุนหนีตายกันอลหม่าน

เพียงฟ้าเห็นกองกำลังของตนบาดเจ็บและมีจำนวนน้อยกว่าพวกจันทร์งามจึงสั่งถอยไปตั้งหลัก วิหคแนะให้ไปหลบที่ถ้ำหลังค่าย เขารู้ว่าถ้ำนั้นมีทางออกด้านหลัง จะได้ล่อจันทร์งามไปติดกับ เพียงฟ้าพยักหน้าเห็นด้วย วิหคส่งสัญญาณให้ทุกคนถอยทันที ครู่ต่อมา พวกเพียงฟ้าหนีเข้าไปในถ้ำที่ท้ายค่าย พลอยรุ้งมองไปรอบๆถ้ำ แต่ไม่เห็นมีทางออก หาว่าวิหคมั่ว วิหคมองไปรอบๆถ้ำอย่างใช้ความคิด พลันเกิดเสียงลมหวีดหวิว เสียงนกร้องและเสียงน้ำตกดังขึ้นในหัววิหค “ฉันได้ยินเสียง…ฉันได้ยินทุกอย่าง…ฉันคือผู้หยั่งรู้จริงๆ”

เสียงจันทร์งามกับสมุนดังใกล้เข้ามาทุกที พลอยรุ้งเร่งวิหค รีบดึงความสามารถในตัวออกมา วิหคยืนหลับตานิ่ง ได้ยินเสียงลมดังมาจากด้านหลังจึงลืมตา หันตามเสียงลม เดินจำเข้าไปด้านในถ้ำอย่างรวดเร็ว แล้วเรียกทุกคนตาม จนมาถึงผนังอีกฝากหนึ่งของถ้ำ เงี่ยหูฟังเสียงลมที่ลอดผ่านก้อนหินเข้ามา “ทางออกอยู่ตรงนี้…ถ้ามีลมผ่านเข้ามาได้ พวกเราก็มีทางออกไปได้” วิหคชี้ไปที่ผนังด้านหนึ่งของถ้ำ เพียงฟ้าจ้องหน้าวิหคเหมือนต้องการความแน่ใจ ก่อนสั่งนักรบช่วยกันยกหินออกให้เร็วที่สุด เสียงฝีเท้าของหลายคนดังขึ้นในความคิดของวิหค รีบหันไปบอกเพียงฟ้าว่าจันทร์งามใกล้เข้ามาแล้ว เพียงฟ้าอาสาจะออกไปสกัดพวกนั้นเอง วิหคเตือนว่ามันอันตรายมาก

“ฉันจะอาศัยความมืดถ่วงเวลาพวกมัน…วิหคทำหน้าที่ของนายให้เร็วที่สุดก็พอ” เพียงฟ้าเดินย้อนกลับทางเก่า แอบอยู่ในเงามือดักซุ่มโจมตีพวกจันทร์งาม พอได้จังหวะก็ปล่อยมีดบินนาคราชพุ่งเข้าปาดคอองครักษ์คนหนึ่งตายคาที่ ก่อนมีดบินลอยกลับเข้าไปในเงามืด จันทร์งามมองตามด้วยสีหน้าเป็นกังวล ร้องเตือนขึ้น “จอมโจรนาคราชซ่อนตัวอยู่ในความมืด ระวังตัวด้วยทุกคน”

ขาดคำ มีดบินนาคราชหมุนราวกับกงจักรมาจากด้านหลัง จันทร์งาม ชบาโดดหมอบราบกับพื้นอย่างรวดเร็ว มีดบินหมุนโค้งปักเข้าอกองครักษ์อย่างแม่นยำ จันทร์งามกระชากมีดบินหงส์เหินออกมาร้องเรียกเพียงฟ้ามาสู้กันซึ่งหน้า ได้ยินเสียงฝีเท้าของเพียงฟ้าวิ่งหนีเข้าถ้ำด้านใน จันร์งามสั่งสมุนตาม…

ฝ่ายวิหค พลอยรุ้ง ตาล มาลัย กับนักรบหนีออกจากถ้ำได้สักพัก เพียงฟ้าก็ตามออกมา จันทร์งามกับสมุนวิ่งมาเกือบถึงช่องทางออก ทันใดนั้น มีเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวจนสะเทือนไปทั้งถ้ำ ก้อนหินพังครืนลงมาปิดทางออกพวกจันทร์งามตกตะลึง รีบย้อนกลับไปหน้าถ้ำ “อ้อมไปทางด้านหน้า เพื่อปิดปากถ้ำทั้งหมดไว้” เพียงฟ้าสั่งการ วิหคนึกขึ้นได้ หยิบของบางอย่างออกจากเป้สัมภาระขององอาจ พลอยรุ้งมองสงสัยว่าวิหคกำลังทำอะไร “ซุปเปอร์เซอร์ไพรส์ของเจ้าจันทร์งาม” วิหคหยิบระเบิดเวลาขึ้นมาตั้งด้วยรอยยิ้มสะใจ

ในเวลาไม่นาน จันทร์งามกับพวกกำลังจะวิ่งออกจากถ้ำ แต่ต้องตกใจเมื่อเห็นปากถ้ำมีระเบิดเวลาวางรออยู่ จันทร์งามเตือนว่ามีระเบิดยังไม่ทันขาดคำ ระเบิดเวลาทำงาน เสียงตูมสนั่นถล่มปากถ้ำปิด ชบาและองค์รักษ์ถูกแรงระเบิดกระเด็นออกมานอกถ้ำ แต่จันทร์งามติดอยู่ข้างในเพียงคนเดียว ชบาพยายามดันหินออกหมายจะช่วยเจ้านาย แต่ไม่เป็นผล เพียงฟ้านำนักรบนาคินทร์เข้าล้อมจับชบากับเหลาองค์รักษ์ จันทร์งามตะโกนสั่งชบากับพวกหนีไปตามแสนมาช่วยเธอ ชบาเจ้าเล่ห์ผลักตัวนักรบคนหนึ่งใส่เพียงฟ้า แล้วหลบหนีไปได้พร้อมเหล่าองค์รักษ์ เพียงฟ้าได้แต่มองตามอย่างเจ็บใจ จันทร์งามถูกเพียงฟ้าคุมตัวไว้

เพลิง ตะเภา รองเพชรกับพวกมาถึงหน้าโรงปอร้าง เพลิงใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำ โดยให้ตะเภารองเพชร กับลูกน้อง และเหล่านักรบนาคินทร์ยิงหลอกล่อพวกแสนเพื่อเบนความสนใจ ส่วนเขาจะอาศัยจังหวะนั้นเข้าไปช่วยเด็กๆออกมา

ตะเภาควงคมแฝกเข้าใส่พวกลูกน้องแสนอย่างไม่เกรงกลัว ส่วนพวกรองเพชรกับเหล่านักรบนาคินทร์ก็ดึงพวกแสนให้ตามไปอีกทางหนึ่ง เพลิงแอบย่องออกจากที่ซ่อนพุ่งไปยังประตูทางเข้าโรงปอ ลูกน้องแสนหันมาเห็นเล็งปืนใส่เพลิงทันที เพลิงเบี่ยงตัวหลบอย่างเหนือชั้น ก่อนยิงโต้กลับไปโดนมันล้มคว่ำ ลูกน้องแสนอีกสองคนโผล่ออกมาก็ถูกเพลิงจัดการเรียบ แล้วรีบเข้าไปข้างในโรงปอ เห็นเด็กๆถูกมันรวมกันอยู่ที่มุมหนึ่ง เด็กเห็นเพลิง ตกใจร้องไห้ลั่น เพลิงจะเข้าไปปลอบ บังเอิญเตะสายไฟที่เป็นกับดักขึงไว้อยู่เหนือพื้นเล็กน้อย ระเบิดเวลาที่ผูกติดกับตัวเด็กคนหนึ่งเริ่มทำงานนับถอยหลังเพลิงตกใจมาก ตะเภาตามเข้ามาสมทบ

“ไอ้ชั่วแสนมันผูกระเบิดไว้ที่ตัวเด็ก” ตะเภาตกใจร้องเอะอะ “ระเบิดจะทำงานภายในสามนาที…ตะเภา…รีบพาเด็กคนอื่นออกไป” ตะเภาเป็นห่วงเพลิงทำท่ารีรอ เพลิงสั่งให้รีบหนึ แล้วปราดเข้าไปปลดชนวนระเบิด ตะเภาพาเด็กไปถึงหน้าประตูโรงปอ เหลี่ยวมองเพลิงด้วยความเป็นห่วง เพลิงตัดสายชนวนระเบิดเส้นหนึ่งขาด กลับยิ่งทำให้เวลาเดินเร็วขึ้น ส่วนด้านนอกโรงปอ พวกร้องเพชรควบคุมตัวลูกน้องของแสนไว้ได้ทั้งหมดพอรองพชรรู้เรื่องระเบิดจากตะเภาถึงกับช็อก “ผู้กำกับเพลิงกำลังปลดชนวนระเบิดงั้นเหรอ”

ทันใดนั้น เพลิงอุ้มเด็กไว้ในอ้อมกอดวิ่งหน้าตั้งออกมาจากโรงปอ เป็นจังหวะเดียวกันกับเกิดระเบิดเสียงดังกึกก้องไปทั่วบิเวณ เพลิงถูกแรงระเบิดกระเด็น เด็กในออ้มแขนของเขาปลอดภัย แต่เพลิงกลับแน่นิ่ง ตะเภาวิ่งเข้ามาดู เห็นสภาพของชายคนรักแล้วกรีดร้องลั่นด้วยความตระหนก…

เสียงระเบิดดังสนั่นไปถึงตลาดเมืองพล พวกชาวบ้านหน้าตาตื่นใจเสีย กัลป์ ตะโพน กับนักรบนาคินทร์เดินทางมาถึงพอดี ชาวบ้านเห็นกัลป์ต่างโห่ร้องด้วยความปลื้มใจมีกำลังใจสู้อีกครั้ง ชาวบ้านหน่วยรบรุกฆาตวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกทุกคนว่าเพลิงช่วยเด็กออกมาได้ยอย่างปลอดภัย ทุกคนต่างยิ้มดีใจ โล่งอก “แต่ผู้กำกับเลพิงถูกสะเก็ดระเบิดอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน”

กัลป์ตกใจ พวกชาวบ้านถึงกับอื้งพูดอะไรไม่ออก พ่อปานเจ็บใจตะโกนลั่นว่าเมืองพลเดือดร้อนเพราะแสนกับจันทร์งาม แม่แจ้สาปแช่งขอให้นรกสูบมันทั้งสองคน อย่าให้ไปผุดไปเกิด “พวกเราไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว…หน่วยรบรุกฆาตจัดการพวกมันเร็ว” จงอางตะโกนฮึกเหิม พวกชาวบ้านต่างเฮโลเข้าเล่นงานพวกแสนกับคนของจันทร์งามด้วยอาวุธเท่าที่จะหาได้ พวกคนชั่วเห็นท่าไม่ดีจะหนี กัลป์ไม่รอช้าเข้าจัดากรจนราบคาบ จงอางกับหน่วยรบรุกฆาตและหล่านักรบนาคินทร์เข้าควบคุมตัวคนของแสนกับจันทร์งาม ไว้ได้ จงอางแค้นมากอยากฆ่าพวกนี้ทิ้งให้รู้รอด “จิตใจของพวกเราสูงส่งกว่าคนชั่วพวกนี้ ปล่อยให้กฏหมายตัดสินโทษพวกมันเถอะ” กัลป์ขอร้อง…

พอแสนรู้เรื่องที่เพลิงช่วยเด็กออกมาได้และเรื่องพวกชาวบ้านลุกฮือขึ้นต่อต้าน รวมทั้งจับตัวคนของตนส่งทางการทุบกำปั้นใส่รถด้วยความแค้น นึกเอะใจเป็นห่วงจันทร์งามขึ้นมา ถามเสือว่าได้ข่าวเธอหรือยัง “เจ้าจันทร์งามพลาดท่า ถูกจอมโจรนาคราชจับตัวได้ครับ” เสือรายงานแบบกลัวๆกล้าๆ แสนเจ็บใจกำคมแฝกแน่น สั่งลูกน้องให้ถอยไปตั้งหลักก่อนแล้วค่อยกลับมาคิดบัญชีแค้นทีหลัง

ในเวลาต่อมา เพลิงถูกส่งตัวไปค่ายนาคินทร์ รองเพชรไม่มั่นใจในความปลอดภัยถ้าส่งไปที่โรงพยาลาล เพราคนของแสนกับจันทร์งามมีอยู่ทุกที่ เพียงฟ้าอ้างว่าที่ค่ายนี้มีเครื่องมือผ่าตัดพร้อม ขาดแต่หมอเท่านั้น วิหคเลยไปขอรอ้งพลอยรุ้งช่วยผ่าตัดเพลิง ทีแรกพลอยรุ้งไม่ยอม ยังลบภาพในอดีตที่เคยทำคนไข้ตายไม่ได้

วิหคต้องกล่อมจนเสียงแห้ง พลอยรุ้งถึงยอมรับปากจะเป็นหมอผ่าตัดให้เพลิง โดยวิหคจะคอยเป็นผู้ช่วยและให้กำลังใจอยู่ข้างเตียงผ่าตัด ส่วนตะเภาเฝ้ารอการผ่าตัดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ กัลป์เข้ามาปลอบและขอให้เธอเข้มแข็ง จากนั้นเขาเดินเข้าไปถามเพียงฟ้าถึงข่าความคืบหน้าในเมืองพล เพียงฟ้าบอกว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ทหารจากส่วนกลางเข้าควบคุมสถานการณ์ได้หมด พวกหัวเมืองใหญ่ที่เข้าร่วมกับแสนถูกจัดการราบคาบ ส่วนจันทร์งามที่เธอจับได้ ถูกส่งตัวไปให้รองเพชรแล้ว คาดว่ารองเพชรจะส่งตัวจันทร์งามเข้าไปดำเนินคดีในเมืองหลวง กัลป์กับหน้าเครียด “ไอ้แสนกับพวกยังรอดไปได้ มันต้องหาทางกลับมาช่วยเจ้าจันทร์งามแน่ๆ ตำรวจที่โรงพักยังเป็นพวกของมันอยู่อะไรก็เกิดขึ้นได้” กัลป์ไม่สบายใจ พลอยทำให้เพียงฟ้าเริ่มไม่สบายใจไปด้วย

ขณะเดียวกัน แสนส่งวิทยุถึงเอกผู้กำกับคนใหม่ของเมืองพล ขอร้องกึ่งบังคับให้รับหน้าที่เป็นคนคุมการขนย้ายจันทร์งาม ทีแรกเอกไม่ยอมทำตามเรพาะเห็ฯว่าแสนกำลังจะหมดอกนาจแต่แสนขู่ว่าถ้าไม่ทำตาม จะส่งหลักฐานการรับส่วยของเอกไปยังส่วนกลาง เอกจำใจต้องทำตาม…

จากนั้นไม่นาน ชบาในคราบตำรวจหญิงใส่หมวกปิดใบหน้ากับคนของแสนอีกสองคน ชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคนขึ้นมาบนโรงพัก ชบาสั่งคนของตนไปเอาตัวจันทร์งามออกจากห้องขัง พาไปยังรถขนย้ายผู้ต้องหาที่จอดอยู่หน้าโรงพัก ชาวบ้านกลุ่มใหญ่โดยการนำของจงอางเฝ้าจับตาดูอยู่ พอเห็นจันทร์งามซึ่งถูกใส่กุญแจมือเดินลงมาจากโรงพักทั้งหมดพากันโห่ไล่เสียงดังลั่น บางคนขว้างขวดน้ำใส่ด้วยความโกรธแค้น เอกต้องยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ชาวบ้านถึงสงบ ชบารีบประคองจันทร์งามขึ้นรถแล้วไขกุญแจมือออก ส่วนลูกน้องหญิงและชายเดินออ้มไปขึ้นด้านหน้ารถ จันทร์งามถามชบาว่าแสนอยู่ไหน

“นางแสนจะรออยู่ที่ชายแดนติดกับรัฐอิสระ เราจะหนีไปตั้งหลักที่นั่น อีกไม่นานเจ้าก็จะเป็นอิสระแล้วค่ะ “วิทยุไปบอกแสนว่าให้รอบคอบหน่อย นังเพียงฟ้ามันมีพิษสงมากกว่าที่คิด ไม่น่าจะปล่อยให้เราหนีออกไปง่ายๆ” ชบาไม่คิดว่าพวกเพียงฟ้าจะตามแผนของเราทัน แต่เพื่อความสบายใจของจันทร์งาม เธอจะไปนั่งด้านหน้าคุมคนขับรถเอง จังหวะนั้น รองเพชร จ่ากานพลูกับหมู่กร๊วกปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือขวางทางไม่ยอมให้รถขนย้ายออกจากโรงพัก ชบาเลยไม่กล้าลงจากรถกลัวรองเพชรจำหน้าได้

เอกมาองรองเพชรอย่างไม่พอใจ เดินตรงเข้าไปต่อว่าที่มาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมกับสั่งลูกน้องให้เตรียมพร้อมหากรองเพชรกล้าหือ แถมขู่ว่าคนของตนมีมากกว่า รองเพชรจะเสี่ยงหรือ “แกต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ” รองเพชรจ้องหน้าแขม็ง “แน่นอน กล้าทำ กล้ารับอยู่แล้ว” รองเพชรมองเอกด้วยสายตามไพอใจ หันไปบอกจ่าการพลูกับหมู่กร๊วกปล่อยรถขนผู้ต้องหาไป จ่ากานพลูอ้าปากจะค้านแต่พอเห็นสีหน้ารองเพชร รีบทำตามสั่งทันที ชบาหันมายิ้มให้จันทร์งามอย่างพอใจ “เรารอดแล้วค่ะเจ้า ลำพังรองเพชรมันทำอะไรเราไม่ได้” จันทร์งามกลับมีสีหน้าไม่สบายใจ ทุกอย่างดูง่ายดายเกินไป…

ที่แนวป่าใกล้ชายแดนรัฐอิสระ แสนได้รับแจ้งทางวิทยุว่ารถขนย้ายออกจากเมื่องพลได้อย่างราบรื่น รองเพชรพยายามจะขัดขวางแต่เอกจัดการได้ พอแสนรู้ว่าไม่มีตำรวจตามมาคุมรถขนย้าย สีหน้าครุ่นคิดเหมือนไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง รีบเดินกลับไปที่รถ สั่งเสือให้วิทยุตามพวกเราที่เหลือมาสมทบ…

ในเวลาเดียวกัน พลอยรุ้งยังคงทำการผ่าตัดช่วยชีวิตเพลิงอย่างคร่ำเคร่ง วิหคตรวจชีพจรและความดันเลือดของเพลิงแล้วสีหน้าไม่ดี หันไปบอกพลอยรุ้งว่าชีพจรต่ำมาก อาการน่าเป็นห่วง แล้วขอเลือดสำรองเพิ่ม ตาลบอกว่าเลือกสำรองหมด พลอยรุ้งสั่งให้หาเลือดมาเพิ่ม วิหครีบออกจากห้องผ่าตัด ตะเภาที่เผ้าอยู่แถวนั้นปราดเข้ามาถามอาการเพลิง วิหคตอบไม่ได้เพราะยังผ่าตัดไม่เสร็จ ตะเภาสงสัยว่าวิหคออกมาทำไม “ผู้กำกับเพลิงเสียเลือดมากกว่าที่คิด ตอนนี้ความดันเลือดลดต่ำมาก เราต้องให้เลือด แต่เลือดสำรองเรามีไม่พอ…ถ้าไม่ได้เลือดเพิ่ม ผู้กำกับเพลิงอาจจะเสียชีวิต” “เพลิงกับฉันมีเลือดกรุ๊ปเดียวกัน เอาเลือดฉันได้” “ถ้างั้นรีบตามฉันมาทางนี้เลย…ชีวิตของผู้กำกับเพลิงขึ้นอยู่กับเธอแล้ว ตะเภา”

รถขนย้ายผู้ต้องหาเล่นมาจนใกล้ถึงสี่แยกถนนเลียบชายป่า ชบามองไปยังถนนด้านหน้าแล้วหันมายิ้มกับจันทร์งาม บอกว่าเลี้ยวซ้ายแยกข้างหน้า เราจะออกจากเมืองพลไปยังชายแดนรัฐอิสระ จันทร์งามยิ้มตอบ แต่แล้วหน้าเริ่มเสีย เมื่อรถขนย้ายกับเลี้ยวไปทางขวาแทน ชบาขยับมาข้างหน้าทุบกระจกด้านที่ติดกับคนขับ

“ทำไมเลี้ยวมาทางนี้ นี่มันทางเข้าเมืองหลวง แกกำลังมาผิดทาง” กัลป์หันขวับมามองด้วยสีหน้าสะใจ “ไม่ผิดหรอก…คนที่ทำชั่วทำเลวต้องได้รับผลตอบแทนการกรทำนั้นสิ ไม่งั้นจะเป็นตัวอย่างที่ดีกับเด็กและเยาวชนได้รึ” ชบาตกใจที่เห็นกัลป์ จันทร์งามเพิ่งนึกออกว่าที่รองเพชรกับลูกน้องมาขวางรถขนย้างก็เพื่อเบนความสนใจ เปิดทางให้กัลป์เปลี่ยนตัวคนขับรถ เพียงฟ้าที่นั่งข้างกัลป์หันมามองด้วยแววตาสะใจ ชบากับจันทร์งามถลาไปที่ท้ายรถพยายามจะพังประตู แต่ไม่สำเร็จ กัลป์หยิบวิทยุหน้ารถขึ้นมา “กัลป์เรียกกองกำลังส่วนกลาง…ผมกำลังจะนำนักโทษจันทร์งามไปส่งให้ตามจุดนัดพบ เดี๋ยวเจอกัน”

กัลป์เหยียบคันเร่ง รถทะยานไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักก็มาถึงยังจุดนัดหมายบริเวณชายป่าทางทิศใต้ของเมืองพล มีรถกระบะของตำรวจรออยู่สามคัน กัลป์เข้าไปจอดเทียบ ก่อนก้าวลงจากรถพร้อมเพียงฟ้า ตรงไปยังหัวหน้าตำรวจ ตำรวจอีกส่วนหนึ่งไปยังท้ายรถขนย้าย เอาตัวจันทร์งามกับชบาออกมา กว่ากัลป์จะรู้ว่าตำรวจตรงหน้าเป็นพวกของจันทร์งามกับแสนซ้อนแผนของเขาอีกที กัลป์กับเพียงฟ้าก็ถูกแสนกับพวกล้อมไว้ทุกด้าน หัวหน้าตำรวจชักปือนออกมาขู่กัลป์กับเพียงฟ้าให้ยอมจำนน แสนยิ้มเหี้ยม

“ใครจะเชื่อ พี่น้องฝาแฝดจะต้องตายด้วยฝีมือของจันทร์งามเหมือนกันทั้งสองคน” “พี่น้องฝาแฝด…” เพียงฟ้าตกใจ “ไม่นึกเอะใจบ้างเลยรึ ว่าทำไมฉนไม่เคยสงสัยเลยว่าเธอหน้าเหมือนกับอัญชัญ นั่นเป็นเพราะฉันรู้มาเนานแล้วว่าอัญชัญมีน้องสาวฝาแฝด ยี่สิบปีก่อนพ่อสนนำตัวอัญชัญกลับมาเมืองพล หลังจากปล้นฆ่าครอบครัวที่อยู่ติดกับชายแดนเคว้นอิสระตายจนหมด มีเด็กผู้หญิงรอดตายอยู่สองคนแต่น่าเสียดายที่คนหนึ่งนาคาพ่อเลี้ยงของเธอเอาตัวกลับไปได้ ไม่อย่างนั้นเธอก็คงจะเป็นน้องรักของฉันไปแล้ว…เพียงฟ้า”

เพียงฟ้าหน้าเข้มเมื่อรับรู้เร่องราวในอดีตของตัวเองกระซิบกัลป์ว่าปล่อยจันทร์งามเป็นหน้าที่ของเธอ ส่วนแสนให้กัลป์จัดการ ขาดคำกัลป์ตวัดคมแฝกตีกวาดตำรวจที่รายล้อมอยู่กระเด็นไปคนละทิศละทาง แล้วทั้งสองคนก็แยกกันเข้าจัดการแสนกับจันทร์งาม กัลป์ต่อสู้กับคนของแสนอย่างไม่เกรงกลัว แสนแนะให้กัลป์ยอมแพ้ เพราะตัวคนเดียวอย่างกัลป์จะสู้กับสมุนนับสิบของเขาได้อย่างไร กัลป์ฟาดคมแฝกใส่สมุนของแสนล้มคว่ำไปคนหนึ่ง

“เข้าใจผิดแล้วไอ้แสน ใครว่าฉันต่อสู้ตัวคนเดียว รอบๆข้างฉันยังมีคนดีอีกมากมายที่พร้อมร่วมกันต่อสู้ สร้างแรงใจให้ฉันยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย” แสนชะงัก กวาดตามองรอบๆ ตัวกัลป์ด้วยความสงสัย ทันใดนั้นเมือนมีภาพของดอกไม้ ผู้หญิงที่ตกเป็นเมียแสนโดยไม่เต็มใจ แล้วโดนเขาทำร้ายจนตายปรกฏอยู่ข้างกัลป์ พอหันไปอีกทาง เห็นน้ำใจน้องสาวขององอาจที่ถูกแสนส่งคนไปฆ่าอย่างเลือดเย็น ไม่ว่าแสนจะมองไปทางไหนก็เห็นคนที่เขาเคยทำร้ายยืนอยู่เคียงข้างกัลป์ รวมทั้งนายอำเภอองอาจกับกระรอก

“และสุดท้าย…อัญชัญ ผู้หญิงที่ฉันรักมากที่สุด ทั้งชีวิตอัญชัญทำแต่ความดี เชื่อมั่นในความเป็นมนุษย์…คิดว่าทุกคนเป็นคนดีถ้าได้รับโอกาส น่าเสียดายที่เธอให้โอกาสสัตว์ร้ายในร่างมนุษย์อย่างแก” แสนมองเห็นคนเหล่านั้นยืนรายล้อมกัลป์อย่างไม่เชื่อสายตา กัลป์ย้ำหนักแน่นว่าคนอย่างเขาไม่มีวันพ่ายแพ้ต่อความชั่วของแสน ราชสีห์ เพราะขาไม่เคยต้องสู้คนเดียว กัลป์จัดการสมุนของแสนที่เข้ารุมล้อมได้หมด ก่อนย่างสามขุมเข้าหาแสน ฟาดคมแฝกใส่อย่างเหนือชั้นแสนตกเป็นฝ่ายตั้งรับ

อีกด้านหนึ่ง เพียงฟ้าเล่นงานชบากับองครักษ์ของจันทร์งามจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า ก่อนซัดมีดบินนาคราชใส่จันทร์งามแต่จันทร์งามหลบได้ มีดบินหมุนกลับไปหาจันทร์งามอีกครั้ง เธอก็หลบได้อีก ชบาตั้งหลักได้โดดคว้าปืนที่ตกอยู่จะยิงเพียงฟ้าเป็นจังหวะเดียวกับมีดบินนาคราชวกกลับมาหาเจ้าของ “ถึงช่วงสำคัญที่ฉันเตรียมมาให้เธอโดยเฉพาะ…จันทร์งาม” เพียงฟ้ากระชากคมแฝกอออกมาแล้วหมุนตัวตีมีดบินเต็มแรง มีดบินแยกเป็นสองเล่ม เล่มหนึ่งพุ่งปักอกด้านซ้ายชอบชบาอย่างแม่นยำ สิ้นใจทันที ส่วนอีกเล่มตรงเข้าหาจันทร์งาม จันทร์งามควาคมแฝกออกมาฟาดมีบินออกไป แต่แล้วมีดบินกลัยแยกออกอีกครั้งเป็นเล่มที่สามพุ่งใส่จันทร์งาม แทงกลางหัวใจอย่างจัง เพียงฟ้าจ้องมองร่างจันทร์งามทรุดฮวบลงขาดใจตาย…

ด้านกัลป์ต่อสู้กับแสนอย่างดุเดือด แสนพลาดท่าถูกกัลป์รุกไล่ตีใส่จนคมแฝกหลุดมือ แสนไม่ยอมแพ้ กระชากมีดบินหงส์เหินออกมาจากด้านหลังซัดใส่ กัลป์เอี้ยวตัวหลบมีดบินวกกลับมาหาขาอีกครั้ง กัลป์ใช้เพลงคมแฝกท่า คมจักร์นารายณ์ ฝาดใส่มีดบินพุ่งกลับไปหาแสน ตัดข้อมือขวาของเขาดสะบั้น กัลป์ไม่รอข้า ตามเข้าไปฟาดคมแฝกใส่ซ้ำสองครั้งซ้อมเข้าที่ดวงตาของแสนจนตาบอดทั้งสองข้าง แสนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเลือดอาบหน้า กัลป์ไม่ต้องการฆ่าแสนแต่อยากให้ไปรับกรรมในคุกอย่างทรมาน ให้สาสมกับความชั่วที่ทำไว้กับคนอื่น…

หลังการผ่าตัดอันยาวนานเสร็จสิ้น พลอยรุ้งถอนใจโล่งอก ตะเภานอนพักหลังจากให้เลือดอยู่ใกล้เพลิง มีสีหน้าสบายใจขึ้นที่การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี ถามพลอยรุ้งว่าเพลิงปลอดภัยใช่ไหม “น่าจะไม่มีอะไรเป็นอันตรายแล้ว” ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนหัวใจหยุดเต้นของเครื่องวัดการเต้นของหัวใจก็ดังขึ้น ทุกคนชะงัก พลอยรุ้งบอกตาลให้เอาเครื่องปั๊มหัวใจออกมาด่วน ตะเภามองพลอยรุ้งพยายามปั๊มหัวใจเพลิงอย่างใจเสีย

เมื่อเมืองพลกลับมาสงบสุขอีกครั้ง ถึงเวลาที่กองกำลังนาคินทร์จะต้องเดินทางกลับรัฐอิสระ ชาวเมืองพลต่างมารอส่งเสียงฟ้ากับเหล่านักรบนาคินทร์กันอย่างหนาตา เพียงฟ้าเดินออกมาขึ้นรถกระบะที่ทางรองเพชรส่งมาอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ ท่ามกลางเสียงปรบมืออย่างชื่นชมจากชาวบ้าน

เพียงฟ้ากวาดตามองหารอบๆ ไม่เห็นกัลป์อยู่แถวนั้นจนเกือบถอดใจ กัลป์เดินแหวกกลุ่มชาวบ้านเข้ามาหาเพียงฟ้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เพียงฟ้าคิดว่าเข้าจะไม่มาส่งเธอเสียแล้ว “คนสำคัญที่สุดของเมืองพลกำลังจะจากไป ผมจะไม่มาส่งได้อย่างไร” “ฉันดีใจนะคะ ที่ผู้กล้าเมืองพลมาส่งฉัน” หลังจากทั้งสองคนพูดคุยกันได้สักพัก เพียงฟ้าตัดใจกล่าวลาหันหลังจะเดินขึ้นรถ กัลป์เอื้มมือไปดึงแขนเธอไว้ เพียงฟ้าหันกลับมาถามว่ามีอะไร กัลป์มองสบตาเพียงฟ้า ก่อนเอ่ยความในใจออกมา

“จะมีสักวันมั้ย…ที่เพียงฟ้า ผู้นำแห่งนักรบนาคินทร์จะไม่คิดถึงรัฐอิสระ ผู้นำแส่งนักรบนาคินทร์จะมีโอกาสใช้ชีวิตส่วนตัว มีครอบครัวอบอุ่นบ้างได้มั้ย” “ฉันคงต้องถามคุณด้วยคำถามเดียวกัน…จะมีสักวันมั้ยคะที่กัลป์ เกรียงไกร ผู้กล้าแห่งเมืองพลจะไม่คิดถึงความสงบสุขของเมืองพล และทิ้งชาวบ้านเมืองพลไปได้” “เราต่างมีหน้าที่ของตัวเองใช่มั้ย…เพียงฟ้า” เพียงฟ้าพยักหน้า กล่าวลาแล้วเดินไปขึ้นรถ กัลป์มองขบวนรถที่เล่นออกไปด้วยความเศร้า ขณะที่เพียงฟ้าพยายามไม่เหลียวกลับมามอง กลัวกลั้นน้ำตาไม่ได้…

ทางด้านวิหคยังไม่ยอมกลับรัฐอิสระพร้อมกับเพียงฟ้าอ้างว่ามีธุระต้องทำ แต่กลับมานั่งเล่นกับเด็กๆอยู่หลังตลาด พลอยรุ้งมาตามวิเคให้กลับไปช่วยเพียงฟ้าฟื้นฟูรัฐอิสระ วิหคยังไม่อยากกลับ พลอยรุ้งจึงขอเหตุผล “จะกลับไปรัฐอิสระได้ยังไง ถ้าหัวใจยังอยู่เมืองพล” “แล้วถ้าฉันกลับไปด้วย นายจะกลับไปรัฐอิสระได้มั้ย” พลอยรุ้งยิ้มอายๆ วิ่งหนีออกไป “พูดแบบนี้แสดงว่าเธอยอมเป็นหัวใจให้กับวิหคแล้วใช่มั้ย…ไชโย ผู้หญิงรับรักวิหคแล้ว…ไชโย” วิหคกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ วิ่งตามพลอยุร้งจนทัน คว้ามือเธอไว้แล้ววิ่งไปด้วยกันอย่างมีความสุข

ที่วัดเมืองพล พระกำลังสวดให้พรหลังจากรับสังฆทาน ตะเภานั่งเสียใจน้ำตาคลออยู่ข้างๆ พ่อปานกับแม่แจ้ ส่วนกัลป์ มาลัยกับลำดวนนั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของตะเภา มาลัยเห็นตะเภานั่งหน้าเศร้างเลยเข้ามาปลอบ

“ระงับจิตใจบ้างเถอะตะเภา ยังไงคนก็ตายไปแล้ว เศร้าโศกเสียใจรังแต่จะทำให้คนตายเป็นกังวลเปล่าๆ” “แต่ฉันยังทำใจไม่ได้ เราสนิทกันมาก…ใครจะนึกว่าจะต้องจากกันเร็วขนาดนี้” ตะเภาพยายามระงับจิตใจ ปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มมองตามพระที่กำลังเดินออกไป ชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นเพลิงเดินเข้ามาโดยมีผ้าคล้องคอห้อยเฝือกอ่อนที่แขน ตะเภาเสียงเขียวต่อว่าเพลิงว่าทำไมมาสาย นัดมาทำบุญให้กระกรอกกับน้ำใจยังมาไม่ตรงเวลาอีก เพลิงอ้างว่ามีคำสั่งด่วนจากส่วนกลางแจ้งข่าวดีว่ากัลป์ได้กลับเข้ารับราชการและเลื่อนยศเป็น พ.ต.อ.กัลป์พยักหน้ายิ้มๆ แต่แววตายังแฝงด้วยความเศ้รา “ตำแหน่งที่มาพร้อมกับชีวิตที่โดดเดี่ยว…ฉันควรจะดีใจใช่มั้ย” “อย่าคิดมากเลยกัลป์ อย่างน้อยมันก็เป็นการพิสูจน์ไม่ใช่รึว่า คนทำดีต้องได้ดี” “จ้ะแม่…ฉันเข้าใจ เพียงแต่ขอเวลาทำใจยอมรับสักหน่อยมันก็เท่านั้น”

เพลิงถอนหายใจ ที่เห็นกัลป์เศร้าแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไรหันไปสะกิดตะเภาออกไปคุยข้างนอก ทั้งสองคนเดินหยอกล้อกันไปจนถึงสะพานรักเมืองพล เพลิงขอบใจตะเภาที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ถ้าไม่ได้เลือดจากเธอ เขาคงไม่รอด ตะเภาอมยิ้ม เพลิงหยิบแหวนทองเกลี้ยงที่เตรียมไว้ออกมา แล้วถอดแหวนรูปกุญแจออกจากนิ้วตะเภา

“ครั้งหนึ่ง…เพราะความบ้างาน ทำให้ฉันละเลยความรู้สึกของผู้หญิงที่ฉันรักมากที่สุด ไม่สนใจว่าเธอมีความอ่อนไหวต้องการความรักและการเอาใจใส่ แต่วันนี้ฉันรู้แล้วว่าควรจำทำตัวยังไงกับผู้หญิงคนนี้” “แล้วคิดว่าควรจะทำยังไง” “ทะนุถนอมและแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ตะเภา…แต่งงานกับฉันนะ ครั้งหนึ่งฉันเคยบอกว่าชีวิตขาดเธอไม่ได้ วันนี้ความรู้สึกนั้นก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง เธอจะยังเป็นคนสำคัญสำหรับฉันตลอดไป ไม่ว่าวันนี้วันไหน” เพลิงสวมแหวนทองเกลี้ยงที่นิ้วตะเภา “เพลิง…นายเป็นคนสำคัญในชีวิตของฉัน ฉันคงมีลมหายใจต่อไปไม่ได้เหมือนกัน ถ้าไม่มีผู้ชายที่ชื่อเพลิงกัมปนาท” เพลิงดึงตะภาเข้ามากอด ยิ้มให้กันด้วยความรักและความเข้าใจ

ครบรอบหนึ่งปีวันตายของอัญชัญ กัลป์ในชุดตำรวจเต็มยศกำลังโปรยกลีบกุหลายลงในลำธาร รำพึง รำพันถึงอัญชัญหญิงคนรักที่ตายจาก เพียงฟ้าแอบดูกัลป์อยู่อีกด้านหนึ่งโดยที่เขาไม่รู้ตัว กัลป์โปรยกุหลาบกลีบสุดท้ายลงในสายน้ำ

“อัญชัญ…คุณคงเข้าใจผมนะ ถ้าผมจะสารภาพว่า วันนี้นอกจากคุณแล้ว ผมยังคิดถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง…ไม่น้อยไปกว่าคุณเลย…หน้าเศร้ามั้ยอัญชัญ…วันนี้ ผู้หญิงที่ผมรักตายจากไปแล้วทั้งสองคน คุณจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ ส่วนเพียงฟ้าก็อยู่ไกลเกินกว่าผมจะกล้ารัก” เพียงฟ้าเดินเข้ามานั่งลงข้างกัลป์ “แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นยอมจากแผ่นดินที่เธอรัก…เพื่อมาหาคนที่เธอรักไม่น้อยกว่ากันละคะ คุณจะกล้ารักเธอมั้ย…จำได้มั้ย คุณเคยถามฉันว่าจะมีวันไหนมั้ยที่ผู้นำแห่งนักรบนาคินทร์จะไม่คิดถึงประชาชนในรัฐอิสระ”

กัลป์จำได้ดี มันเป็นคำตอบเดียวกันว่าทำไมผู้กล้าไม่ยอมทิ้งเมืองพล กัลป์สงสัยว่าทำไมเพียงฟ้าถึงกลับมาที่นี่เพียงฟ้าอ้างว่าหมดภาระกิจที่รัฐอิสระแล้ว เพราะเธอจัดให้มีการเลือกตั้งผู้นำคนใหม่เรียบร้อย “ทำไมถึงไม่เป็นคุณ” “เพราะฉันสละสิทธิ์ ฉันไม่อยากเป็นผู้นำอยู่ที่นั่นเพราะหัวใจของฉันอยู่ที่นี่…ตั้งแต่วันที่ฉันพบตัวตนที่แท้จริงของผู้กล้าแห่งเมืองพลแล้วค่ะ” “ผมรักคุณ เพียงฟ้า รักเพราะคุณเป็นคุณ” “ฉันก็รักคุณค่ะกัลป์ คุณเป็นตัวอย่างความดีความงามของชีวิต ชีวิตนี้ฉันคงหาคนที่รักและพร้อมยอมสละทุกสิ่งเพื่อประเทศชาติไม่ได้อย่างคุณอีกแล้ว”

กัลป์กับเพียงฟ้ากอดกันอย่างมีความสุข ทันใดนั้นทั้งสองคนก็ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเมื่อได้ยินเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงเหมือนนายอำเภอองอาจกำลังร้องเพลงขายยาอยู่บนพารามอเตอร์ที่บินฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องฟ้า…

อุปสรรค ความเลวร้ายที่ผ่านเข้ามา..มีค่าเพียงบททดสอบความเป็นมนุษย์ หากแต่ที่สุดแห่งชีวิต ความดีไม่เคยดับสูญ

-อวสาน-

Talk: จบแล้วจ้า อ่านจบแล้วต้องรอชมด้วยนะจันทร์-อังคารที่จะถึงเสนอเป็นสองตอนสุดท้ายแล้ว ที่ดูจากความยาวที่พิมพ์ อืมเราว่าน่าจะมีอะไรแทรกอยู่ในบทด้วยหรือเปล่านะเพราะความยาวประมาณนี้ไม่น่าจะเล่นสองวันได้ เหมือนยังยาวไม่พอ ไปลุ้นกันต่อที่หน้าจอกันอีกครั้งนะจ๊ะ อืม…ขอตัวไปเก็บข้าวของก่อนนะจะต้องย้ายไปอยู่แคว้นอิสระแล้ว ฮุ ฮุ

4 Responses to “นิยายไทยรัฐ: รุกฆาต ตอนที่ 27 อวสาน”

  1. 11 Says:

    ขอบคุณนะค่ะจบแล้ว
    เฮ้อโล่งอกนึกว่าจะอดอ่านตอนที่ 27 *v*

  2. เต่า Says:

    ในที่สุดก้อจบจนได้ จะมีภาคต่อไหมนิ อิๆๆ ลุ้นเกือบตายมาชนะตอนจบ แพ้มาตลอด นี่ละน้อพระเอกไทย

  3. แมลงเต่าทอง Says:

    เย้ ๆ ๆ อวสานแล้้ว ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ที่สละเวลานั่งพิมพ์ให้อ่าน

  4. นิทัศน์ Says:

    ขอบคุณมากครับ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 25 other followers