นิยายไทยรัฐ: รุกฆาต ตอนที่ 18

นิยายไทยรัฐ: รุกฆาตตอนที่ 18
โดย: แสงแข
บทประพันธ์และบทละครโทรทัศน์: คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
กำกับการแสดงโดย: นนทนันท์ สังขสวัสดิ์
ออกอากาศทาง: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เครดิต: ไทยรัฐฉบับวันที่ 1-2-3 กันยายน 2552

รุกฆาต ตอนที่ 18

เพลิงตื่นขึ้นมาด้วยความไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนเองทำไปนั้นถูกต้องหรือเปล่า หลังจากแต่งตัวเสร็จ เพลิงเปิดประตูบ้านพักออกมาต้องหยุดกึก เห็นพ่อปาน แม่แจ้ จงอาง มาลัย และลำดวนกับพวกชาวบ้านที่โกรธแค้น เชื่อว่าเพลิงฆ่าตะเภามายืนประท้วง

“เสียแรงที่ข้ารักเอ็ง เอ็นดูเอ็งเหมือนลูก แต่เอ็งกลับตอบแทนข้าด้วยการทำร้ายนังตะเภา ฮื้อ… ตะเภาลูกแม่” แม่แจ้พูดพลางร้องไห้อยางน่าเวทนา เพลิงมองแม่แจ้งอย่างสำนึกผิด แต่ไม่อาจบอกความจำเป็ฯที่ต้องทำได้ ชาวบ้านเริ่มปาข้าวของใส่เพลิงด้วยความแค้น เพลิงยนนิ่งหน้าเครียดไม่ตอบโต้ จังหวะนั้น รถของจันทร์งามแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพักของเพลิง ชาวบ้านต่างชะงัก หญิงองค์รักษ์ก้าวลงจากรถตรงไปหาเพลิง “เจ้าจันทร์งามเชิญผู้กำกับไปพบค่ะ” เพลิงนิ่วหน้าด้วยความสงสัย พวกชาวบ้านพากันแปลกใจที่เห็นเพลิงสนิทสนมกับจันทร์งาม…

ครู่ต่อมา เพลิงมาถึงคุ้มเวียงฟ้า จันทร์งามกับแสนนั่งรออยู่ แสนดูจะหงุดหงิด ไม่พอใจที่จันทร์งามนัดเขามาแล้วนัดเพลิงมาด้วย จันทร์งามยิ้มดดจริต “ตั้งแต่เป็นพวกเดียวกันเราสามคนยังไม่เคยได้ทานข้าวร่วมกันสักครั้ง ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะทำความรู้จักกันให้มากขึ้น” “ไม่จำเป็น ผมรู้จักคนเจ้าเล่ห์อย่างไอ้เพลิงดีอยู่แล้ว” “ผมก็รู้จักคนชั่วช้าที่คิดทำลายชาติบ้านเมืองอย่าง แสนราชสีห์ดีเช่นกัน” เพลิงมองแสนอย่างไม่ถูกชะตา… ระหว่างอยู่ที่โต๊ะอาหาร แสนกับเพลิงต่างแย่งกันเอาอกเอาใจจันทร์งามแบบไม่ยอมลงให้กัน แสนตักกับข้าวให้จันทร์งาม เพิ่งไม่ยอมแพ้ ตักข้าวป้อนจันทร์งามถึงปาก แสนไม่พอใจอย่างมาก จันทร์งามชอบใจที่ผุ้ชายสองคนแย่งกันเอาใจเธอ…

ณ ค่ายนาคินทร์ เพียงฟ้าอ้อนวอนให้พลอยรุ้งช่วงเอายาสมุนไพรไปให้กัลป์ซี่งนั่งทำความสะอาดคมแฝกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่กลางค่าย โดยเพียงฟ้ายืนดูอยู่ไม่ไกลนัก กัลป์ไม่ยอมดื่มยา และยิ่งไม่พอใจเมื่อรู้ว่าเพียงฟ้าอยู่แถวนั้นแต่กลับไม่ยอมเอายามาให้เองเพียงฟ้าพยายามจะง้อเอาใจแตกัลป์กลับไล่เธอไปเอาใจแสนแทน เพียงฟ้าไม่พอใจคำพูดแดกดันของกัลป์ หาว่ากัลป์กำลังหาเรื่องเธอและขอร้องให้หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว กัลป์ไม่ยอมหยุด เพียงฟ้าโกรธจัด ดึงคมแฝกออกมาเล่นงานกัลป์ กัลป์เอี้ยวตัวหลบก่อนกระชากคมแฝกขึ้นมาตีโต้กลับ พลอยรุ้งตกใจมาก ตัดสินใจวิ่งไปตามคนมาห้าม

สักพัก ภูกล้า ตะโพน วิหคกับพลอยรุ้ง วิ่งมาที่ต้นไม้ใหญ่เห็นกัลปกับเพียงฟ้ายังคงต่อสู้กันด้วยเพลงคมแฝก เพียงฟ้าตีคมแฝกอย่างดุดันเอาจริง สัวนกัลป์คอยตั้งรับและตอบโต้บ้างเล็กน้อย ภูกล้าวิ่งเข้าไปห้ามแต่ไม่มีใครฟัง กัลป์ต้งรับคมแฝกของเพียงฟ้าไป ว่าเหน็บไปด้วย หาว่าเธอหลงเสน่ห์ของแสน “นางโจรกับชายชั่วก็เหมาะสมกันดี” เพียงฟ้าโกรธจัดว่าประชดตัวเอง กัลป์ได้ฟังถึงกับชะงัก ลดคมแฝกลง เพียงฟ้ายั้งมือไม่ทันตวัดคมแฝกฟาดกัลป์อย่างจึง กัลป์เสียหลักหัวไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ด้านหลัง วิหค พลอยรุ้งกับตะโพนรีบวิ่งเข้าไปดู กัลป์ยันตัวเองลุกขึ้นนั่งงงๆ สายตาที่มือสนทิค่อยๆ สว่างขึ้นแต่ยังเบลอๆ เพียงฟ้าแหวกทุกคนเข้าหากัลป์ด้วยความเป็นห่วงสายตากัลป์เริ่มดีขึ้นจนเห็นหน้าเพียงฟ้าอย่างชัดเจน ทุกคนต่างดีใจมาก กัลป์เอื้อมมือไปแตะหน้าเพียงฟ้าอย่างตื่นเต้น

หลังจากนั้นไม่นาน เพียงฟ้าเรียกเหล่านักรบนาคินทร์มาประชุมวางแผนจัดการกับแสนและจันทร์งาม กัลป์เข้าประชุมด้วย เพียงฟ้าเตือนกัลป์ด้วยความห่วงใยว่าตาเพิ่งหายน่าจะพักผ่อนก่อน กัลป์ไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว เราต้องรีบหาหลักฐานมันตัวแสนให้ได้ วิหครีบเอาสิ่งปรดิษฐ์ชิ้นใหม่ของตัวเองออกเสนอ กัลป์ เพียงฟ้าและภูกล้ามองสิ่งประดิษฐ์หน้าตาประหลาดของวิหคด้วยความแปลกใจ ตะโพนกับพลอยรุ้งแนะนำเจ้าเครื่องนี้พร้อมกันว่าชื่อ “ไอ้หูหมา ตาสับปะรด” กัลป์ดูท่าทางไม่ค่อยเชื่อฝีมือวิหคนัก วิหคหยิบกล้องส่งสัญญาณที่เหมือนกระดุมเม็ดใหญ่ขึ้นมาแล้วอธิบาย “แค่เอากล้องส่งสัญญาณไปติตัวไอแสน เราก็จะรู้ความเคลื่อนไหวการทำผิดกฏหมายทั้งภาพและสียงของพวกมันจะปรากฏบนจอนี้ใช้เป็นหลักฐานมัดตัวคนชั่วช้าอย่างเจ้าจันทร์งานกับไอ้แสนได้เป็นอย่างดี” “แล้วใครจะเป็นคนเอาเครื่องส่งสัญญาณไปติดตัวไอแสน” ภูกล้าสวนขึ้น

เพียงฟ้าอาสาจะทำเอง กัลป์ไม่ยอมปล่อยให้เธอกลับไปหาแสนอีก เพียงฟ้ามั่นใจว่าแสนจะไม่ทำร้ายคนที่หน้าตาเหมือนอัญชัญ เพียงฟ้ามันใจว่าแสนจะไม่ทำร้ายคนที่หน้าเหมือนอัญชัญ กัลป์ค้านหัวชนฝา ขนาดอัญัญที่แสนรักที่สุดยังฆ่าได้ แล้วเพียงฟ้าที่แค่หน้าเมือนอัญชัญจะรอดได้อย่างไร “คุณกำลังหึงอัญชัญ กลัวว่าอัญัญจะเปลี่ยนใจไปเชื่อแสน ราชสีห์ แต่ฉันไม่ใช่อัญชัญ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ตายไปแล้ว” เพียงฟ้าเดินจากไปอย่างดื้อรั้น กัลป์ได้แต่ถอนใจหนักใจ…

ทางด้านแสนกลับถึงบ้านด้วยความหงุดหงิดที่จันทร์งานกล้ายกเพลิงขึ้นมาเทียบกับเขาเท่ากับหักหน้ากันแสนแค้นใจมาก อาฆาตไว้ว่าถึงทีตนเองเมื่อไร จะเอาคืนกับจันทร์งานให้สาสม จังหวะนั้นมีดบินนาคราชพุ่งแหวกความเงียบยามค่ำคืนทะลุกระจกบ้าน เฉียนแสนไปปักที่ผนังห้องพร้มจดหมายฉบับหนึ่ง แสนรีบเปิดจดหมายอ่านทันที แล้วหันไปบอกเสือกับขวานว่า จอมโจรนาคราชนัดเจอเขา ขวางติงด้วยความเป็นห่วงว่าอาจจะเป็นแผนการเล่นงานเจ้านาย แสนยิ้มเหี้ยม “เบี้ยตัวใหม่กำลังเนเข้ามาติกกับ มีรึคนอย่างแสนราชสีห์จะไม่อ้าแขนรับ… ฉันอย่างรู้ว่าผู้หญิงสายเลือดเวียงฟ้าทั้งสองคนกำลัลจะเลนอะไร ฉันจะเดินตามเกมที่พวกหล่อนปูทางให้ แล้วค่อยตลบหลังพวกมัน”…

ฝ่ายภูกล้าเข้ามาขออนุญาตติดตามเพียงฟ้าไปพบกับแสนด้วย เพยงฟ้าไม่พอใจคิดว่าภูกล้าไม่เชื่อในความสามารถของเธอเหมือนคนอื่น จึงส่งภูกล้าให้เผ้าชบาที่นี่ หามปล่อยให้หลุดไปได้เด็ดขาด “ผมเคยรับปากกับท่านนาคาว่าจะดูแลท่านผู้นำให้ดีที่สุด” ภู้กล้าโต้ไม่ยอมแพ้ “ถ้าไม่มีคนเชื่องฟังคำสั่ง ฉนก็คงเป็นผู้นำของนักรับนาคินทร์มได้อีกต่อไป” เพียงฟ้าน้ำเสียงเด็ดขาด ภูกล้าจำใจต้องยอมเชื่อฟังเพียงฟ้าอย่างเลี่ยงไม่ได้เดินหน้าเครียดไปนั่งทอดถอนใจที่ห้องคุมับของชบา ชบาชำเลืองมองภูกล้าอย่างรู้ทัน แหย่ว่าถูกเพียงฟ้าทำร้ายจิตใจอีกใช่ไหม ภูกล้าขอร้องชบาให้หยุดพูด ชบาไม่ฟังแฟย่รับแตนอีกจนภูกล้าทนไม่ไหวกระชากตัวชบาเข้ามาจูบด้วยความโมโห ชบาชะงักก่อนตบหน้าภูกล้าเต็มๆ “ฉันบอกแล้วใช่ไหม ฉันไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของใคร” ชบาน้ำตาไหลพลากด้วยความเจ็บช้ำ ภูกล้ารุ้สึกผิดขอโทษ ชบาสะบัดหน้าหนี กอดตัวเองร้องไห้ทั้งเจ็บใจทั้งน้อยใจ

เพียงฟ้าหลบออกจากค่ายนาคินทร์แต่เช้า กว่ากัลป์กับทุกคนจะรู้ว่าเธอหายไปก็ใกล้เวลานัดกับแสน กัลป์ วิหคกับตะโพนรีบหยิบอาวุธและเครื่องไอ้หูหมา ตาสับปะรด ออกตามเพียงฟ้าไปที่ไรของอัญชัญทันที…

ทางฝ่ายแสนรีบมารอที่หน้าบ้านของอัญชัญตามนัด ชะงักเมื่อเห็นเพียงฟ้าแต่งตัวคล้ายอัญชัญยืนหันหลังรออยู่ เพียงฟ้าพยายามใช้ความเหมือนแต่งตัวคล้ายอัญชัญยืนหันหลังรออยู่ เพียงฟ้าพยายามใช้ความเหมือนกับอัญชัญหลอกล่อและหว่าเสน่ห์ให้แสนเคลิบเคลิ้ม รอจังหวะที่เขาเผลอเลื่อนมือเข้าไปใกล้เสือนอกจังหวะจะติดกล้องส่งสัญญาณ แสนเหมือนจะเคลิ้มตาม แต่กลัดึงมือเพียงฟ้าขึ้นมาจูบเบาๆ เพียงฟ้าเบี่ยนตัวออกเล็กน้อยค่อยๆ เอื้มมือไปดึงคมแฝกจากแสนก่อนโปรยเสน่ห์เต็มที่ แสนมองเพียงฟ้าด้วยแววตาที่อ่อนโยน พลันแววตานั้นก็กลับเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวดุดันกระชากคมแฝกคืนจากเพียงฟ้า

“เธอรู้ตัวหือเปล่าว่ากำลเล่นอยู่กับใคร… คิดเหรอว่ามารยาเด็กๆของเธอจะใช้กับแสน ราชสีห์ได้ผล ถ้าเธอมีใจให้ฉันจริงๆ เราคงต้องเปลี่ยนที่คุยที่เหมาะสมกว่านี้” แสนอุ้มเพียงฟ้าเข้าไปในห้องนอนทันที… ในเวลเดยวกัน กัลป์ วิหค กับตะโพนตามมาซุ่มดูอยู่บริเวณไร่ของอัญชัญ เห็นขวาน เสือ พร้อมกับสมุนของแสนอีกหลายคนยืนรายล้อมบ้าน กัลป์จะเข้าไปช่วยเพียงฟ้าออกมา ตะโพนห้ามไว้ วิหคเตือนว่าต้องรอให้ท่านผู้นำติดกล้องส่งสัญญาณแล้วเดินออกมาโดยแสนไม่ผิดสังเกต ไม่อย่างนั้นแผนที่วางไว้ก็จะสูญเปล่า “หมายความว่าเราจะบุกเข้าไปไม่ได้ ต้องให้เพียงฟ้าเดินออกมาเองใช่ไหม” กัลป์หน้าเครียด วิหคพยักหน้า กัลป์จำใจต้องรอทั้งที่เป็นห่องเพียงฟ้ามาก วิหครีบเอาอุปกรณ์ออกมาเตรียมรับสัญญาณ…

ด้านเพียงฟ้าจำยอมให้แสนอุ้มเข้ามาวางไว้บนเตรียมรอคอยอย่างใจเย็น อาศัยตอนที่แสนออกอาการหื่นมัวแต่คอยปลดกระดุมเสื้อของเธอ ติดกล้องส่งสัญญาณเข้ากับเสือ้สูทของแสนจนได้ สัญญาณภาพและเสียงถูกส่งไปที่เครื่องรับตรงหน้าวิหค แต่ภาพยังไม่ชัด กัลป์เริ่มหยุดหงินสั่งวิหคให้รีบปรับภาพ องอาจโผล่เข้ามาตีมือวิหคเพี้ยะ บอกว่าปรับปุ่มผิดให้ปรับอีกปุ่ม วิหคทำตาม กัลป์มัวแต่มองเข้าไปในบ้าน ไม่ทันสังเกตว่าจอเครือ่งรับปรากฎภาพแสนกำลังกอดรัดเพียงฟ้าอยู่บนเตียงนอน องอาจส่งเสียงเรียให้กัลป์หันมาดูภาพ วิหคตกใจพ่งเข้าไปปิดปากองอาจ โดยลืมมไปว่าไม่มีใครเห็นผีเพี้ยนตนนี้ ตะโพนงงว่าวิหคทำอะไร วิหคหันไปพยักเพลิดกัลตะโพนให้ดูที่หน้าจะ ตะโพนตาเหลือกรีบถลาเข้ามาปิดหน้าจอภาพเป็นจังหวะเดียวกับกัลป์หันมาพอดี เห็นวิหคกำลังทะเลาะและพูดกับตัวเอง กัลป์มองตะโพนสีหน้างงๆ “เอ็งดูต้นทางไปเถอะไอ้กัลป์ อย่าสนใจไอ้เพี้ยนนี่เลย” ตะโพนหันเหความสนใจของกัลป์ กัลป์หันกลับไปมองในบ้านสีหน้าเป็นกังวล กำคมแฝกแน่นรอเวลา ตะโพนสะกิดวิหคเป็นเชิงคำถามว่าจะเอาอย่างไงต่อวิหกได้แต่สายหัวคิดไม่ออก…

เพียงฟ้าติดกล้องเสร็จ ค่อยๆเลือนมือไปดึงมีดที่เหน็บตรงต้นขาแสนรู้ทัน ความีดนั้นออกมา ตวัดใส่กล้องส่งสัญญาณจนพัง เพียงฟ้าตกใจที่แสนรู้ทัน “คิดว่าฉันไม่รู้ทันจอมโจรเจ้าเล่ห์อย่างเธอรึ ฉันคือราชสีห์ ไม่ใช่หมูอย่างที่เธอคิด” แสนยิ้มเหี้ยม แสนเอามีดกรีดเสื้อนอกของเพียงฟ้าจนฉีกชาดก่อนเหวียงออกไปนอกหน้าต่าง กัลป์เห็นเสื้อเพียงฟ้าลอยออกมาก็ตกใจมาก ตัดสินใจวิ่งเข้าไปช่วยเพียงฟ้าทันที ขวาน เสือ กับสมุนหันมาเห็นกัลป์ ต่างกรูกันเข้าขวางพร้อมกับระดมยิงใส่กัลป์พุ่งหลบกระสุนได้อย่างคล่องแคล่วแล้วตีคมแฝกใส่ไม่ยัง เสือพาสมุนางส่วนเลี่ยงออกไอกทางก่อนหันมาระดมยิงใส่ กัลป์ม้วนตัวหลบแล้วตีคมแฝกรุกไล่พวกเสือ แสนได้ยินเสียงปืน พยายายามปลุกปล้ำเพียงฟ้าให้ได้ เพียงฟ้าชัดขืนไม่ยอม ต่อสู้กับแสนเท่าที่จะทำได้ “อยู่กับฉัน เราจะยิ่งใหญ่ในแผ่นดินด้วยกัน” “ฉันไม่เคยคิเนรคุณแผ่นดินเกิดเหมือนคนชั่วอย่างแก… ปล่อยฉัน” เพียงฟ้าดิ้นรนสู้สุดฤทธิ์…

ฝ่ายขวานแอบนำกำลังส่วนหนึ่งมาเล่นงานวิหคกับตะโดน องอาจปรากฎตัวขึ้นมาช่วงวิหคต่อสู้กับขวานจนพวกนั้นแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง ขณะเดยวกัน กัลป์ใช้เพลงแม่ไม้คมแฝกจัดการกัลเสือกัลเหล่าสมุนลงไปนอนกองกับพื้อนแล้วปรี่เข้าบ้านจะไปช่วยเพียงฟ้าแต่กลับถูกไม้กระดานแผ่นใหญ่ฟาดเข้าเต็มหลังจนเซถลากัลป์ตั้งหลักได้หันกลับมาเจอสมุนตัวใหญ่ล่ำบึกเหมือนนักกล้ามจ้องมองมาด้วยสีหน้าเอาเรื่อง กัลป์มองอย่างทึ่ง “นับถือแม่แกจริงๆว่ะ ที่เลี้ยงแกจนโตขนาดนี้” นักกล้ามฉุนขาดคำรามลั่นก่อนพุ่งใส่ กัลป์ใช้แม่ไม้คมแฝกท่าสุบรรณบันนาคีฟาดเข้าที่กลางอกเต็มๆ กลับไม่ระคายเคืองแม้แต่หนังกำพร้าของของนักกล้าม กัลป์พุ่งเข้าโจมตีอีกหลายครั้งไม่สามารถทำอะไรนักกล้ามได้เลย จังหวะที่กัลป์เพลี่ยงพล้ำนักกล้ามคว้าถังน้ำมันใบเขื่องฝาดท้ายทอยกัลป์อย่างแรง กัลป์เสียหลัก มึนงง พลายามสะบัดหัวเรียกสติคืนมาสายตาพร่าไปสักพักก็กลับมองมาเห็นชัดเหมือนเดิม นักกล้ามได้ใจเดินรี่เข้าหากัลป์อย่างไม่เกรงกลัวว คราวนี้กัลป์หมุนตัวตัวดคมแฝกด้วยท่าสุบรรณบั่นนาคีเข้าที่ก้านคอ นักกล้ามสลบเหมือด…

ภายในห้องนอน แสนกระชากเสื้อเพียงฟ้าจนขาดหลุดลุ่ย เพียงฟ้าสู้ขาดใจทั้งถีบทั้งถอง จนเสนเหลืออดชกเข้าที่ท้องน้อยอย่างแรงเพียงฟ้าถึงกับสลบแล้วอุ้มมานอนบนเตียง ขณะแสนกำลังจะก้มจูบเพียงฟ้า มีคมแฝกหมุนกระแทกกระจกหน้าต่างแตกพุ่งเข้ามาเฉียดแสนไปนิดเดียว

แสนมองตามคมแฝกที่หมุนกลับไปหากัลป์ข้างนอกหันมองร่างสลบไสลของเพียงฟ้าด้วยความเสียดาย ก่อนคว้าคมแฝกวิ่งออกไปหากัลป์ ฉาการต่อสู้ด้วยเพลงคมแฝกระหว่างกัลป์กับแสนเริ่มขึ้นอย่างดุเดือดเร้าใจ ต่างผลัดกันรุกและรับไม่มีใครยอมใคร วิหคกับตะโพนรีบเข้ามาช่วยลุ้นกัลป์อยู่ห่างๆ มีอยู่จังหวะหนึ่ง กัลป์กับแสนกระแทกคมแฝกใส่กันอย่างแรงต่างฝ่ายผงะออกไปคนลละทาง สายตากัลป์เริ่มพร่ามัวอีกครั้ง ก่อนจะมือดสนิท กัลป์ถึงกับชะงัก เลยโดนแสนตีคมแฝกใส่เต็มๆ จนทรุดตัวลงไปกองกับพื้น แสนได้ทีตีรุกไล่กัลป์จนคมแฝกกระเด็นหลุดมือ ขณะที่แสนกำลังจะใช้ท่าไม้ตายคมแฝกเล่นงานกัลป์ขั้นสุดท้าย มีระเบิดบั้งไฟจิ๋วหลายสิบอันพุ่งใส่แสนจนตั้งตัวไม่ติดต้องเบี่ยงตัวหลบวุ่นวาย เสียงระเลิดดังติดต่อกันเป็นชุด

“ฮ่าๆๆ เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ บั่งไฟบูชาพระยาแถนของเฮียองอาจสุดยอดจริงๆ” วิหคหัวเราะชอบใจ ตะโพนได้โอกาสรีบเข้าไปประคองกัลป์หนีกัลป์ไม่ยอมไปถ้าไม่มีเพียงฟ้าไปด้วย ตะโดนต้งกึ่งดึงกึ่งลากกัลป์ออกไปแสนหันมาเห็นกัลป์กับตะโพนกำลังจะหนี จึงเหวี่ยงคมแฝกแบบบูมเมอแรงเข้าใส่ คมแฝกของเสนกำลังจะฟาดใส่ทั้งคู่พลันมีคมแฝกลึกลับอีกอันหนึ่งลอยเข้ามากระแทกคมแฝกของแสนกระเด็นกลับไปหาเจ้าของ แสนรับคมแฝกของตัวเองได้อย่างแม่นยำ หันมาอีกที กัลป์ ตะโพน กับวิหคหายไปแล้ว “ไอ้กัลป์สู้กับฉันตลอดเวลา แล้วคมแฝกอีกอันเป็นของใคร?” แสนนิ่วหน้าด้วยความสงสัย

ด้านเสือ ขวาน กับพวกสมุนเข้ามาสมทบกับแสนในสภาพสะบักสะบอม แสนนึกขึ้นได้รับกลับเข้าไปในห้องนอนแต่แล้วต้องเจ็บใจ แค้นใจที่ไม่เห็นแม้เพียงแต่เงาของเพียงฟ้า… ภูกล้าตกใจมากที่เห็นเพียงฟ้ากลับมาในสภาพสลบไสลไม่ได้สติ หันไปถามวิหคว่าเกิดอะไรขึ้น “จอมโจรนาคราชเสียทีไอ้แสน เคราะห์ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก” ภูกล้าโกรธจัดปราดเข้าไปกระชากคอเสื้อกัลป์ ตำหนิเค้าอย่างแรกงที่ไม่สามารถช่วยอะไรผู้นำได้ วิหครีบเข้าไปห้ามบอกภูกล้าว่ากัลป์ถุกทำร้ายจนตาบอดอีกครั้ง ภูกล้าชะงัก รีบคลายมือออกจากกัลป์ เพียงฟ้ารู้สึกตัวได้ยินเสียงวิหคพูดพอดีถึงกับร้องถามด้วยความตกใจ กัลป์รู้ว่าเพียงฟ้าฟื้นแล้วจึงหมดห่วงเดินหนีออกมา…

ตกค่ำ แสนหงุดหงิดอารมณ์ค้างตามหาเรื่องเพลิงถึงคุ้มเวียงฟ้า ขณะที่เพลิงกำลังเปิดประตูรถให้จันทร์งาม แสนปรี่เข้าฟาดคมแฝกใส่เพลิงอุตลุด เพลิงเบี่ยงตัวหลบคมแฝกของแสนไปมาอย่างว่องไว จันทร์งามร้องห้ามแสนเท่าไหร่ก็ไม่ฟังจึงคว้าคมแฝกออกมาต้านคมแฝกของแสนไม่ให้โดนเพลิง แรงกระแทกทำให้คมแฝกหลุดจากมือจันทร์งาม เพลิงเอื้อมมือไปรับคมแฝกนั้นได้อย่างรวดเร็ว ใช้มันตีโต้ตอบแสนทั้งคู่สู้กันพักใหญ่ เพลิงฝีมือด้อยกว่าจึงถูกแสนฟากใส่ใจเซถลา แสนเห็นเพลิงเสียท่าปราดเข้ามาจะซ้ำ จันทร์งามต้องสะบัดมีดบินหงส์เหินใส่แสน แสนหมุนตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด “คุณช่วยไอ้เพลิง” แสนฉุนจัด โวยวายลั่น “แล้วคุณทำร้ายค้นของฉันทำไม” แสนหาว่าเพลิงแอบไปช่วยกัลป์ เพราะเมืองพลมีคนตีคมแฝกเป็นอยู่ไม่กี่คน ถ้าไม่ใช่กัลป์ก็ต้องเป็นเพลิง เพลิงปฏิเสธว่าไม่ใช่ตน จันทร์งามช่วยยืนยันอีกคนว่าไม่ใช่เพลิงแน่ๆ เพราะเธออยู่กับเขาที่งานเลี้ยงของสมาคมภรรยานายตำรวจทั้งวัน แสนจ้องหน้าจันทร์งามเขม็ง สงสัยว่าไปงานนั้นทำไม จันทร์งามไม่ตอบกลับย้อนถามแสนว่าไปที่ไรอัญชัญทำไม แสนทำเฉยไม่ตอบเช่นกัน

ที่ค่ายนาคินทร์ ตะเภาซึ่งมีผ้าปิดแผลเล็กๆ จากถูกเพลิงยิงที่คอ กำลังฝึกขว้างคมแฝกแบบบูมเมอแรงอย่างขมักเขม้น ขณะตะเภาขว้างคมแฝกออกไป ตะโพนขนไม้ไผ่เข้ามาพอดี คมแฝกเฉียดหน้าตะโพนไปแค่คืบแล้วตกไม่ห่างจากตัวนัก

“จะฝึกอะไรก็ระวังหน่อยสิโว๊ย” ตะโพนโวยลั่น ตะเภาหยิบคมแฝกขึ้นมามองอย่างผิดหวัง บ่นว่าทำไมมันไม่หมุนกลับมาเหมือนตอนที่เธอเล่นงานแสน ตะโพนแซวว่าคราวนั้นมันฟลุก กัลป์ตำหนิตะโพนที่พูดจาไม่ดี ทำให้ตะเภาเสียความมั่นใจ แล้วเดินเข้าไปลูบหัวตะเภาปลอบใจ แนะให้ฝึกต่อไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ทำได้ ตะเภาเหวี่ยงคมแฝกออกไปอีกรอบคราวนี้คมแฝกพุ่งกระทบต้นไม้แล้วหมุนกลับมาหาตะเภา ตะเภาดีใจสุดๆ กระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข…

ระหว่างเพลิงออกตรวจพื้นที่ แสนถือวิสาสะเดินเข้าไปสำรวจในห้องทำงานเพลิงเพื่อค้นหาความลับ แสนหยิบถ้วยรางวัลชนะเลิศแม่นปืนของเพลิงขึ้นมาดูด้วยความสงสัย จังหวะนั้นเพลิงเปิดประตูห้องเข้ามาเจอแสนกับสมุนชักสีหน้าไม่พอใจแสนกระแทกถ้วยรางวัลบนโต๊ะทำงานอย่างแรก “ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าแกเป็นแชมป์แม่นปืน” “ฉันเป็นตำรวจ… ยิงปืนเม่นมันผิดตรงไหน” ทั้งสองคนต่างไม่ยอมลงให้กันจนเกือบจะวางมวย ถ้ารองเพชรไม่เปิดประตู้เข้ามาในห้อง เหมือนเป็นระฆังตีหมดยกทั้งคู่จึงเลิกทะเลาะกัน…

ในเวลาเดียวกัน กับป์เดินเข้ามานั่งข้างๆ ตะเภาซึ่งกำลังนั่งพักเหนื่อยจากการโหมฝึกเพลงคมแฝก ตะเภานึกท้อใจที่ฝึกเท่าไรก็ยังไม่เก่งสักที กัลป์อ้างว่าเธอยังอยู่ในช่วงพักฟื้น ไม่ควรซ้อมหนัก “แผลที่คอเป็นอย่างไรบ้าง” กัลป์ถามอย่างห่วงใย “ดีขึ้นมากแล้ว” ตะเภาแตะแผลที่คอยังจำความรู้สึกตอนที่ถูกยิงได้ดีโชคดีที่เพลิงเป็นนักแม่นปืนระดับแชมป์ กระสุนจึงแค่ถากเลือดออกเท่านั้น ตะเภาสีหน้าแค้นใจ “ไอ้แสนกับเจ้าจันทร์งามตั้งใจฆ่าฉันทั้งเป็น โชคดีที่กระสุนของเพลิงแม่นอย่างเหลือเชื่อ ฉันยังหายใจได้เพราะกิ่งไผ่ที่เพลิงแอบเตะลงไปในหลุมนั่น”

“พี่มีความจริงบางอย่างจะเล่าให้ฟัง… เพลิงแอบเปิดวิทยุสื่อสารไว้ตลอดเวลา ทำให้พวกเราได้ยินเหตุการณ์ทั้งหมด พวกเราถึงไปรอช่วยเหลือตะเภาได้ทันเวลา… หลังจากที่พวกไอ้แสนไปแล้ว พี่กับทุกคนจึงช่วยกันเอาตัวตะเภาขึ้นมา… เพลิงคือคนที่ตะเภาควรขอบคุณมากที่สุด เพราะถ้าไม่ได้เพลิงส่งข่าวพวกเราก็คงไปช่วยตะเภาไม่ทัน” กัลป์กอดคอตะเภาอย่างเอ็นดูดีใจกับเธอที่ได้เจอคนดีๆ อย่างเพลิง ตะเภาน้ำตาคลอคิดถึงเพลิงจับใจ…

ขณะอยู่ที่ค่ายนาคินทร์ มิตรภาพระหว่างตะเภากับพลอยรุ้งค่อยๆก่อตัวขึ้น ตะเภาซึ้งใจที่พลอยรุ้งคอยดูแลทำแผลและจัดยาให้กิน จนตะเภากล้าพอที่จะขอคุยเรื่องเพลิงแบบตรงๆ พลอยรุ้งเองก็คิดว่าถึงเวลาที่ต้องเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้เช่นกัน “ฉันขอยืนยัน… เรื่องของฉันกับเพลิงเป็นแค่อดีต ตอนนี้เราสองคนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว” “เพลิงรู้สึกผิดและเสียใจมากเรื่องพ่อแม่ของเธอ” ตะเภาแก้ตัวแทนเพลิง พลอยรุ้งน้ำตาคลอเบ้า เจ็บปวดเรื่องพ่อกับแม่มากจนไม่สามารถให้อภัยเพลิงได้ และขอร้องตะเภาอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกตะเภานิ่งเงียบ ไม่อยากพูดอะไรให้พลอยรุ้งสะเทือนใจอีก

จากนั้นไม่นาน พลอยรุ้งเก็บดอกไม้ป่ามาโปรยลงในลำธารสีหน้าเศร้าหมองนำตานองหน้า พร้อมกับกล่าวขอโทษพ่อกับแม่ที่เธอเป็นลูกอกตัญญู ไม่ได้อยู่ดูแลพวกท่าน

“พ่อรู้แล้วจ๊ะ… เดี๋ยวพ่อจะบอกแม่ให้” วิหคดัดเสียงแก่ แกล้งพลอยรุ้ง พลอยรุ้งรีบปาดนำตา หันมาเล่นงานวิหคที่เอาพ่อกับแม่ของเธอมาล้อเลียนเป็นเรื่องตลก วิหครีบขอโทษแก้ตัว่าไม่ได้เจตนาจะเล่นลามปาม แค่ไม่อยากให้พลอยรุ้งเครียด “คนที่เต่สนุกไรสาระไปวันๆอย่างนาย ไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียหรอก” วิหคค้านว่าทำไมเขาจะไม่เข้าใจ พอของเขาก็ตายเพราะสงครามกลางเมืองที่ไม่มีวันสิ้นสุดเหมือกัน พลอยรุ้งชะงักกับสีหน้าจริงจังของวิหค

“ฉันเกลียดสงคราม… เกลียดการต่อสู้เพื่อแย่งชิงของคนในชาติ ฉันพยายามหาทางเรียนให้สูงที่สุด เพราะคิดว่าการศึกษาจะทำให้ประเทศชาติของฉันพัฒนาขึ้น… ฉันมุ่งมั่นกับการเรียนจนได้เข้ามาเรียนในมาหวิทยาลัยในประเทศไทย… วันที่ฉันกำลังจะเริ่มเรียนแพทย์ปีสอง ฉันกลับถูกเรียกตัวกลับรัฐอิสระ เพื่อไปสืบทอดหน้ที่ผู้หยั่งรู้แทนพ่อ” วิหคหวนคิดถึงเรื่องนี้ทีไร นึกเสียดายโอกาสเหล่านั้นมาก หันมาสบตาพลอยรุ้ง “ฉันเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียไม่ต่างจากเอ แต่ชีวิตคนเราต้องก้าวไปข้างหน้า เมื่อเราหนีโชคชะตาไม่พ้นก็ต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ ทุกข์เป็นเรื่องปกติของชีวิตมนุษย์ เราต้องเรียนรู้อย่างมีสติ” พลอยรุ้งสีหน้าคล้อยตามคำพูดของวิหค…

หลังจากคุยเรื่องจริงจังกับพลอยรุ้งเป็นครั้งแรก วิหคเดินผิวปากอารมณ์ดีกลับมาที่ค่ายระหว่างทางองอาจปาก้อนหินใส่วิหคเล่นอย่างสนุกสนาน แซววิหคว่าทำเป็นพูดเรื่องซีเรียสเพื่อจีบสาว วิหคย้อนว่ายังดีกว่าผีเพี้ยนอย่างองอาจที่เอาแต่กล้งคนอื่น องอาจรำคาญจัดถามว่าเมื่อไหร่จะเชื่อสักทีว่าเขาไม่ใช่ผี “จนกว่าทุกคนเห็นเฮียเหมือนฉัน” องอาจปรามวิหคให้เลิกทำเป็นเล่นได้แล้ว นักรบนาคินทร์ต้องการคนกล้าที่มีความสามารถอย่างวิหค หัดเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วเขาจะได้เลิกออกมาจากความคิดของวิหคเสียที วิหคงงไม่เข้าใจคำพูดขององอาจ…

ด้านเพลิงคิดถึงและเป็นห่วงตะเภามากจนเก็บเอาไปฝันว่า ตัวเองกลับทีไปที่ ที่ร่างตะเภาฝังอยู่ เพยายามขุดดินขึ้นมาอย่างเอาเป็นเอาตาย จนเจอร่างตะเภานอนสงบนิ่งอยู่ก้นหลุมด้วยใบหน้าซีดเผือดราวกับศพ “ตะเภา…เธอต้องไม่ตาย…ฟื้นขึ้นมาสิตะเภา…ตะเภา” เพลิงสะดุ้งเฮือก ลุกพรวดตกใจตื่นจากฝันร้าย เหนื่อยหอบหน้าชุมโชกไปด้วยเหงือ ถอนใจอย่างแรก เริ่มไม่แน่ใจในความปลอดภัยของตะเภา ล้อมตัวลงนอนก็นอนไม่หลับ เพลิงเลยออกมาเดินเล่นจนถึงสะพานรักเมืองพล แต่ต้องตะลึงเมื่อเห็นตะเภายืนอยู่อีกด้านหนึ่งของสะพานก่อนจะขยับเดินเข้าหาเพลิง

เพลิงยืนอื้ง ไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดถึงตะเภาจนตาฝาดหรือเปล่า พอตะเภาร้องเรียกถึงรู้ว่าเป็นตะเภาตัวเป็นๆ เพลิงแทบกลั้นน้ำตาแห่งความปิติไว้ไม่อยู่ วิ่งเข้าไปกอดตะเภาด้วยความรักและคิดถึงเต็มหัวใจ ตะเภาร้องให้น้ำตาไหลพรากกอดเพลิงแน่นดีใจที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง เพลิงมองผ้าปิดแผลที่คอตะเภาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง เอื้อมมือไปเตะเบาๆ ขอโทษที่ทำร้าย ไม่รู้ว่าจะชดใช้ความผิดให้เธอได้อย่างไร “นายต้องชดใช้ความผิดทั้งหมดด้วยการทำหน้าที่ของนายให้สำเร็จ นายต้องเปิดโปงแผนชั่วช้าของแสน ราชสีห์กับเจ้าจันทร์งามให้ได้” “ฉันสัญญา…ฉันจะทำหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จ ไอ้แสนกับเจ้าจันทร์งามจะต้องได้รับกรรมที่ก่อ แผ่นดินเมืองผลจะต้องกลับมาสงบสุขอีกครั้ง…ฉันรักเธอเหลือเกินตะเภา รักจนไม่สามารถรักใครได้อีกแล้วในชีวิตนี้” เพลิงก้มลงจูบหน้าผากตะเภาเบาๆ “ฉันรักผู้กำกับเพลิงคนนี้สุดหัวใจเช่นกัน” เพลิงกับตะเภากอดกันอยางมีความสุข ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องประกายระยิบระยับสะท้อนในน้ำ

ตะเภาลุกขึ้นแต่เช้ามาฝึกเพลงคมแฝกอย่างเอาเป็นเอาตาย ตะเภาตวัดคมแฝกฝึกท่าไม้ตายต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว กัลป์นั่งฟังเสียงตะเภาตีคมแฝกสักพักจึงลุกขึ้นเตือน

“พี่เคยสอนแล้วใช่มั้ย คมแฝกเป็นอาวุธสำหรับป้องกันตัว ไม่ใช่เครื่องมือของการแก้แค้น” “ฉันจะใช้คมแฝกจัดการไอ้แสน ราชสีห์ กับนังเจ้าจันทรงาม” ตะเภาแค้นฝังใจ “ถ้าตะเภาใช้คมแฝกอย่างไม่มีสติ มันอาจเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายตำเภาเอง…อย่าลืมสิ…คมแฝกเป็นแค่ไม้ อาวุธที่แท้จริงอยู่ที่ใจ ตราบใดที่ใจของเราตั้งมั่นอยู่ในความดี ความชั่วช้าของใครก็ทำลายเราไม่ได้” กัลป์เดินเข้าไปหาตะเภาอย่างรู้ทิศทาง แตะไหล่เธอเบาๆ จังหวะนั้นเพียงฟ้าเดินเข้ามาหากัลป์พอดี ตะเภาหันไปเห็นเพียงฟ้า เผลอหลุดปากเรียกชื่อัญชัญออกมา กัลป์แก้ให้ว่าชื่เพียงฟ้าต่างหาก ตะเภาทำหน้าไม่ถูก “ฉันขอโทษที่เรีกยชื่อคุณผิดอยู่เรื่อย เห็นคุณทีไรทำให้นึกถึงพี่อัญชัญทุกที” “ไม่ใช่เธอคนเดียวหรอกที่เรียกฉันว่าอัญชัญ” เพียงฟ้าชำเลืองมองกัลป์ ตั้งใจว่ากระทบ

กัลป์เดินเลี่ยงไปอีกทาง เพียงฟ้ารีบตามมาถามอาการของงกัลป์ด้วยความเป็นห่วง กัลป์ยังเคืองเรื่องแสนไม่หายเหน็บเพียงฟ้าว่าถามเพราะเป็นห่วงจริงๆ หรือว่าเพราะรู้สึกผิดเพียงฟ้าแอบถอนใจรีบขอโทษ กัลป์สวนกลับทันทีว่าเธอไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมต้องมาขอโทษ “ถึงยังไงฉันก็เป็นต้นเหตุทำให้คุณตาบอดถึงสองครั้ง” “อย่ามาสนใจผมเลย เอาเวลาไปคิดดีกว่าว่าจะทำยังไงให้แสน ราชสีห์ตกหลุมเหน่ห์ของคุณ แต่ต้องรีบคิดหน่อยเพราะผู้หญิงหลายคนก็จอ้งอยากจะเป็นเมียของแสน ราชสีห์”

เพียงฟ้าตบหน้ากัลป์อย่างแรงด้วยความโมโหปนน้อยใจสั่งกัลป์ห้ามพูดจาดูถูกเธออีก เธอไม่ใช่ผู้หญิงต่ำๆอย่างที่เขาคิด แล้วเดินหนี กัลป์รู้สึกผิดมากที่พูดอย่างนั้นกับเพียงฟ้าตะเภาเดินฝ่านมาพอดี เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เดินเข้าไปหากัลป์แล้วแกล้งพูดลอยๆ “คนเราก็อย่างนี้แหละ พอเค้าเป็นห่วงก็ทำฟอร์ม โดนเค้าตบก็ทำเครียด” กัลป์หันขวับอ้าปากจะต่อว่า ตะเภารู้รีบอธิบาย “ฉันไม่ได้แอบดูนะ ฉันเดินผ่านไปตรงนั้นก็เลยแจ็กพอตเห็นเข้าพอดี พี่กัลป์ไม่น่าพูดกับคุณเพียงฟ้าแบบนั้น เป็นใครได้ยินก็น้อยใจทั้งนั้น ทำเป็นคุยนักหนาว่าเข้าใจผู้หญิง…พอรู้ว่าเค้ามีอันตรายก็รีบไปช่วย เห็นเค้าอยุ่กับไอ้แสนก็ไม่พอใจ อาการแบบนี้เค้าเรียกว่าอะไรน้า…” ตะเภาทำท่านึก “ไม่ต้องมาพูดมาก รีบไปซ้อมคมแฝกของเราเถอะ” “แซวหน่อยทำเป็นเขิน ผู้หญิงน่ะถ้าไม่รัก เค้าไม่คอยห่วงใยแบบนี้หรอก พี่กัลป์ต้องหนักแน่นแช่อใจเค้า” กัลป์ทำปากแข็งว่าไม่สนใจ ไม่ห่วงใยเพียงฟ้า ตะเภาส่ายหน้าอย่างเอือมละอากับฟอร์มจัดของกัลป์…

ด้านพลอยรุ้งเดินตามหาวิหคมาถึงเนินเขา แปลกใจที่เห็นวิหคนั่งเหม่อมองออกไปยังทิวเขาเบื้องหน้า ข้างกายมีช่อดอกไม้ป่าวางอยู่ เหมือนกำลังไว้อาลัยให้ใครบ้างคน “วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของพ่อฉัน” วิหคพูดโดยไม่หันมองพลอยรุ้ง พลอยรุงสงสารวิหคมาก คิเอาเองว่าวิหคกำลังเสียใจจึงนังลงปลอบว่าให้ทำใจดีๆอย่าคิดมาก พ่อของวิหคจากไปอย่างสงบ วิหคต้องแข็มแข็งและทำใจอยู่กับมันให้ได้ เธอจะคอยเป็นกำลังใจให้ “ฉันไม่ได้เศร้าเสียใจ ฉันกำลังรู้สึกภูมิใจในตัวเองที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อ ภูมิใจที่ได้อาศัยอยู่บนแผ่นดินไทย แผ่นดินที่เป็นอิสระไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร…คนไทยทุกวันนี้โชคดีมาก ที่ไม่ต้องเผชิญกับสงครามและความยากลำบากเหมือนรัฐอิสระของฉัน แต่แปลกที่คนไทยกลับไม่รู้คุณค่าและหวงแหนแผ่นดินของตัวเอง ทั้งที่มีบทเรียนจากประเทศรอบข้างมากมาย” วิหคมองผืนแผ่นดินอย่างรู้สึกเสียดาย

จบตอน 18

4 thoughts on “นิยายไทยรัฐ: รุกฆาต ตอนที่ 18

  1. ขอบคุณมากค่ะที่ลงเรื่องย่อให้อ่านเป็นตอนๆ เราอยู่ต่างประเทศหาอ่านที่ไหนไม่ได้เลย นอกจาก blog นี้…… ตอนนี้ติดรุคฆาตมากเลย 🙂

  2. ขยันจริงๆ เยอะมากทีเดียวเชียว ขอบใจหลายๆ

  3. ชอบเพลิงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกับตะเภามากกกกกกกกกกกกกกกเหมือนกันค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s