คมชัดลึก: คำสารภาพจากผู้ชายตาหวานความคิดถึงที่เนิ่นนานจาก‘วิน-ธาวิน’ วันที่ 21 พฤษภาคม 2559

แหล่งข่าว: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
วันที่นำเสนอข่าว: วันที่ 21 พฤษภาคม 2559
เวลานำเสนอข่าว: 01:20 น.
คอลัมน์ว: บันเทิงวันเสาร์
นำเสนอข่าวโดย: ภัทรวรรณ สุนทรธนานุกูล
ภาพข่าวโดย: ชาลินี ถิระศุภะ
อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม link

คำสารภาพจากผู้ชายตาหวานความคิดถึงที่เนิ่นนานจาก‘วิน-ธาวิน’

win_komchadluek_21may2016

เมื่อนึกพระเอกหนุ่มที่มีโปรไฟล์แน่นเอี้ยด ประจำวิกหมอชิต รายชื่อแรกที่ผุดขึ้นมา ก็คือ “วิน” ธาวิน เยาวพลกุล เพราะนอกเหนือจากมีรูปเป็นทรัพย์แล้ว ประวัติด้านการศึกษายังดีเยี่ยม เรียกว่าชีวิตครบสูตร แถมตอนนี้ กำลังมีผลงานให้แฟนๆ ได้ชมกันอีก “สกู๊ปวันเสาร์” พร้อมชักชวนหนุ่มตาหวานคนนี้ มาพูดคุยกันให้รู้จักพระเอกหนุ่มคนนี้ให้มากยิ่งขึ้น

อัพเดทผลงานละครบู๊เรื่องล่าสุด พูดถึงละครเหยี่ยวรัตติกาลเป็นอย่างไรบ้าง
ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องที่วินมาบู๊เต็มตัวเป็นเรื่องแรก เคยเล่นละครบู๊มาแล้ว แต่เป็นแนวระเบิดเรื่องรุกฆาต แต่ในเรื่องนี้เหยี่ยวรัตติกาล วินได้ทำหมดเลย เตะต่อย จระเข้ฟาดหาง ตีลังกา ม้วนหน้าม้วนหลัง ฝึกยิงปืนถือปืน มีฟันดาบ คือได้ทำหลายอย่าง จะว่าสนุกมันก็สนุกนะ แต่มันก็เหนื่อยนะ ของแบบนี้มันมาคู่กัน คือเรื่องว่าเมืองไทยมันร้อน มันทำให้เราเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีก 50 เปอร์เซ็นต์นะ

ในเรื่องนี้ “เหยี่ยวรัตติกาล” คาแรกเตอร์เป็นอย่างไรบ้าง
รับบทเป็นเซนต์ มีคู่หูก็คือก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์ซัน) ผู้กองเซนต์เป็นคนยึดมั่นในอุดมการณ์ ตั้งใจทำงาน และไม่ใช่คนที่เจ้าชู้ ไม่ใช่คนที่เครียด เพียงแต่ว่าเป็นคนที่เอาจริงเอาจังกับการทำงาน ยืดมั่นในอุดมการณ์ ผมมองว่าผู้กองเซนต์ เป็นเหมือนมนุษย์คนหนึ่ง ที่ีไม่ใช่พระเอกในนิยายนะ ถามว่ามีความใกล้เคียงกับตัวผมไหม ผมว่ามันไม่ค่อยใกล้เท่าไหร่ ด้วยความที่เซนต์เป็นหัวหน้า ในชีวิตจริง ผมไม่ได้เป็นหัวหน้าใคร เป็นหัวหน้าตัวเองอย่างเดียว ผมไม่เคยเล่นเป็นตำรวจมาก่อนด้วยนะ

กับการร่วมงานกับ “จั๊กจั่น” อคัมย์สิริ สุวรรณศุข
เป็นการร่วมงานกันครั้งแรก การร่วมงานดี จั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานคนหนึ่ง เวลามากอง เขาจะถือบทอ่านบทตลอดเลยนะ (นางเอกเรื่องนี้เจออุบัติบ่อย) ใช่นะ แต่วินก็โดนนะ แต่พลาดนิดหนึ่ง แต่จั่นเขามีความเสี่ยงสูง เนื่องจากว่ามีฉากบู๊เยอะ และเขาไม่เคยเล่นบู๊มาก่อน พื้นฐานต่างๆ ก็ต้องมาปูกันใหม่ เขาบ่นไปทำไป และทำได้ ในส่วนของผมที่ว่าโดน ก็มีแผลถลอก มีนิ้วซ้น โดนเอฟเฟกท์ขี้เลื่อย กระเด็นเข้าหน้าเข้าตา หูอื้อ บาดเจ็บ บางที่ตื่นนอนมาอีกวัน รู้สึกร้าวเลย ช้ำเป็นแถบๆ โดนดาบฟันที่นิ้ว พิการไปวันสองวัน วินไม่อยากพูดมากเรื่องอุบัติเหตุ เพราะว่าอุบัติเหตุก็คืออุบัติเหตุ ผมเข้าใจ

การกลับมาเล่นบู๊อีกครั้งติดใจกับละครแนวนี้หรือไม่ หรือมีแนวที่อยากเล่นจริงๆ
คือมันก็เลือกไม่ได้หรอกนะ ก็แล้วแต่ช่อง ถ้าพูดถึงเรื่องผลงานมันก็คนละแบบอีกนะ ว่าละครดราม่าและละครบู๊มันต่างกัน พวกละครบู๊หรือละครที่มีเอฟเฟกท์เยอะๆ อย่างเช่นระเบิด ปืน ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควรในการถ่ายทำ คือเรื่องเวลา เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง จะถึงเวลาที่รีบ แล้วมักจะพลาดตอนนั้น อะไรก็ตามที่รู้ว่าอันตรายมันจะไม่เกิดอันตรายหรอกนะ เพราะว่าคิดมาอย่างดี เซฟมาอย่างดีแล้ว แต่ที่เกิดอุบัติเหตุก็คือการที่คิดไม่ถึง คาดไม่ถึง ไม่ได้วางแผนมา วินมองว่าตรงนี้แหละที่ละครบู๊ต้องระวัง บางทีเราคิดไม่ถึงว่าแค่นี้เอง แต่มันมักจะเป็นนะ

ถามตรงๆ ถ้ามีโอกาสเลือกเล่นจะเลือกไม่รับแนวบู๊ไหม
ก็..(นึก) ถ้ามีโอกาส ผมก็เลือกที่จะไม่รับนะ ไม่ใช่ว่าเลือกไม่รับ เพราะละครบู๊นะ แต่วินรู้ตัวว่าวินเหมาะกับอะไร ใจเราชอบแบบไหน หน้าอย่างวิน มันไม่เหมาะเป็นบู๊เลยนะ หน้าตุ๊ดอะ (หัวเราะ) ที่วินชอบนะ เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ เคยเล่นมา 2-3 เรื่องนะ แต่ในส่วนของวินไม่ได้คอมเมดี้อะไรกับใครเขาเลยนะ วินจริงจัง แนวขรึม อยากเล่นคอมเมดี้แบบหน้าตายๆ แนวฝืดๆ ตลกหน้าตายก็ได้ ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้เล่นไง คาแรกเตอร์ของวิน ออกแนวผู้ชายอบอุ่น แนวโรแมนติก หนุ่มมีอุดมการณ์ เป็นแนวแบบนั้นไปซะมากกว่า แนวโรแมนติกคอมเมดี้คือเราเล่นแล้วไม่เครียดดี อย่างตอนที่เล่นละครเครียดมาเนี่ย มันก็มีเก็บกด คือสารเคมีมันหลั่งอยู่ในสมอง จู่ๆ มันไม่หายไปง่ายๆ หรอกนะ ต่อให้ใจเราว่าง แต่เรากลับเศร้า มันเป็นอาการเศร้าที่เราไม่รู้สาเหตุ

ชีวิตที่โลดแล่นในวงการบันเทิง เข้ามาเป็นนักแสดงทั้งหมดกี่ปีแล้ว
น่าจะมี 10-11 ปีนะ แต่ก็มีช่วงที่หายไปด้วยนะ หายไปประมาณ 4 ปี พอกลับมาอีกครั้ง นักแสดงคนอื่นเรียกผมว่าพี่แล้วล่ะ (ยิ้ม) รู้สึกอะไรกันเนี่ย (หัวเราะ) ถ้าย้อนกลับไป วินเข้ามาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้มีความฝันตรงนี้เลย วินไม่ได้ม่ีความตั้งใจที่จะทำ วินเริ่มทำงานในวงการตัั้งแต่ตอนมัธยมที่ 5 หรือที่ 6 เป็นพิธีกรเล็กๆ น้อยๆ แต่พอเข้ามหาวิิทยาลัยเวลาว่างเราก็เยอะ 7 วันต้องมีว่างสัก 3 วัน เวลาว่างเยอะ อยากเอาเวลาว่างไปทำประโยชน์ให้ชีวิตของเรา และวินมองว่า งานในวงการบันเทิงเหมาะ เป็นงานที่ค่อนข้างฉาบฉวย หมายถึงว่าเวลาจะออกจากงาน ก็ไม่ต้องทำใบลาออก เวลามีความยืดหยุ่นกว่า และแพลนเวลาได้ วินอยากทำงานในวงการ ซึ่งเพื่อนผมก็รู้จักกับพี่เอ (ศุภชัย ศรีวิจิตร) และผมก็รู้จักกับพี่เอด้วย ผมเลยพูดกับพี่เอว่าช่วยหางานให้ผมหน่อย พี่เอบอกว่าจะดูให้ เป็นช่วงที่พี่เอกำลังปั้นเด็ก เขาพาผมไปแคสงานหลายทีนะ ผมก็มีเบี้ยวไม่ไปบ้างนะ คือตอนนั้นผมไม่ได้แคร์นะ คือจะไม่ทำแล้วจะทำไมล่ะ พี่เอหลอกล่อสารพัด ตอนที่ไปแคสงานที่ช่อง 7 บอกเลย ผมรู้ตัวเลยว่ามันไม่ได้เรื่อง ห่วยแตก (หัวเราะ) เนื่องจากว่าใจไม่ได้อยากทำขนาดนั้นด้วย คือใจผมแค่อยากลองทำ หางานแบบพาร์ทไทม์

ย้อนกลับไปในวันที่เข้าฉากครั้งแรกหน่อย
ผมจำแม่นเลยเรื่อง “เพื่อนรัก เพิื่อนร้าย” เป็นฉากในร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ ผมต้องอีเมลไปหานางเอก ขนาดไม่มีบทพูด วินยังแข็งเลยนะ แต่ไม่แคร์นะ ก็บอกให้ผมเล่น ผมก็เล่นได้แค่นี้ อารมณ์นั้น ตอนนั้นวินอาจจะเด็ก อาจจะไม่แคร์ แต่มีนิสัยอยู่อย่างหนึ่่งนะ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะชอบหรือไม่ชอบ จะพยายามตั้งใจทำ ในทุกเรื่องที่ทำ จนกระทั่งงานในวงการมันจริงจัง วินรับรู้ เห็นทีมงานคนอิื่น นักแสดงคนอื่นเขาตั้งใจทำงานกัน เห็นในสิ่งนี้เหล่านี้ พอดูเทปงานของตัวเองที่ีแสดงไปแล้ว มันไม่ได้เรื่องเลย เห็นว่าห่วย วินเห็นว่าวินห่วยกว่าใคร เราก็ต้องเลือกว่าจะเป็นแบบไหน เล่นไม่ได้ เห็นอยู่ แต่ต้องไม่ยอมแพ้ คือตอนเข้ามาในวงการ มันเหมือนโลกใบไม่ที่ไม่เข้าใจ แต่พอทำงานไปสักพัก เริ่มเข้าใจโลกใบนี้

พอทำไปสักระยะคิดว่าตัวเองเหมาะกับวงการบันเทิงไหม
ไม่เลยนะ นิสัยวินไม่เหมาะกับวงการบันเทิงเลย แต่ก็รู้สึกว่าทำไปก่อน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เก็บเงินที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ วินตั้งใจอยู่แล้วว่าจะไปนะ ผมรู้แค่ว่าอยากเรียนโท อยากหาความรู้ต่อ แต่ไม่รู้จะเรียนเมืองไทยหรือเมืองนอก

ณ วันที่ต้องตัดสินใจไปเรียน กับงานในวงการที่ถือว่ากำลังโด่งดังล่ะ
ชีวิตมันเป็นแยกตัววายตลอดนะ จะไปทางไหน ทุกวันนี้ผมก็ยังเป็น แต่ตอนนั้น ผมไม่มองว่าผมเสียอะไรไป แต่กลับมองว่าเราจะได้อะไรกลับมา ผมมีเป้าหมายว่าจะเรียนให้จบปริญญาโท ก่อนที่วินจะตัดสินใจไปเรียน วินแพลนมาแล้วเป็นปี อีกอย่างวินอยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง หมายถึงว่าสามารถเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง พิสูจน์ตัวเองว่าเราทำได้นะ ว่าการที่เราไปอยู่ที่อื่น เอาตัวรอด เรียนก็ได้ ทำงานเลี้ยงตัวเอง ด้วยจุดหนึ่งผมเป็นลูกคนเล็ก อยากโต อยากพิสูจน์ตัวเองด้วยนะ วินตัดสินใจเลยว่าจะไปเรียนทีี่อเมริกา

เริ่มต้นการใช้ชีวิตที่อเมริกา กับการที่ต้องใช้ชิีวิตคนเดียว
ผมตัดสินใจไปอยู่เมืองนอกเลย และไปเรียนภาษาที่นั่นเป็นเวลาอีก 3 เดือนครึ่ง ผมเอ็นจอยมากเลยนะ กลับการใช้ชีวิตที่เมืองนอก แต่เหมือนกับว่าเราก้าวขาออกมาแล้ว อะไรที่เราเคยมี แล้วพอมาเมืองนอกเราไม่มี ตัวอย่างเช่น เราอยู่ในห้องโล่งๆ เลยนะ โต๊ะเขียนหนังสือ เก้าอี้ไม่มี ผมมีจักรยานอยู่คันเดียว วันที่ผมไปซื้อเก้าอี้ ได้นั่งเก้าอี้ตัวนั้น ผมรู้ภูมิใจมากเลยนะ มาถึงเรื่องอาหาร อยู่เมืองไทย ออกจากบ้านไปไม่ถึง 5 นาทีก็ได้กินอาหารแล้ว แต่ที่เมืองนอกมันไม่มี เราจะไปกินข้าวนอกบ้านทุกมื้อ ก็ไม่ไหวนะ เราต้องซื้อของมาทำกิน ทำก็ทำไม่เป็น แต่ก็ต้องกินไปเถอะ วินใช้ชีวิตอยู่แบบคนธรรมดาเลย ไม่ได้ไปแบบเซเลบ วินนั่งรถบัสแบบห่วยๆ เลย ถามว่าพ่อแม่เป็นห่วงไหม เวลาผมคุยกับท่านผมก็ไม่ทำให้เขาต้องมาห่วงเรา วินปรับตัวได้ดีนะ

ตอนที่อยู่เมืองนอก คิดถึงอาชีพในวงการบันเทิงไหม
ไม่คิดนะ ผมคิดว่าอยากใช้ชีวิตอยู่ที่โน่นเลย อยู่ที่เมืองนอกเราปรับตัวไปแล้ว ถึงแม้ภาษาเราจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราสื่อสารได้แล้ว ผมคิดแค่ว่าปรับตัวอยู่ที่นั่น แบบไม่มีเกียร์ถอยหลังเลย ผมเข้าระบบของเขาได้ ผมคิดว่าชอบระบบแบบนี้ ผมแฮปปี้ วินรู้สึกว่าเป็นอิสระ และเรามีสิทธิเสรีภาพที่ใช้ได้อย่างเต็มที่เลยนะ เรามีิสิทธิ์ของเราที่จะพูด จะคิด เราทำอะไรก็ได้ ที่มันไม่ผิดกฎหมาย แต่อยู่เมืองไทยมันไม่ได้นะ เราจะโดนตัดสินแล้ว คุณทำไม่เหมือนคนอื่น คุณผิด พอเรียนจบ ผมรู้ว่าการหางานที่เมืองนอก มันไม่ง่ายแล้ว สุดท้ายวินก็รู้ว่าเราคือคนไทย ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ เราคือคนไทย เราไม่ใช่คนไทยไปอยู่เมืองนอกแล้วลืมความเป็นไทย อย่างที่ 2 คิดถึงพ่อแม่ ซึ่งอายุมากแล้ว ผมอยากมีโมเม้นท์ที่เราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา อีกอย่างเราหางานทำไม่ได้ เนื่องจากว่าวีซ่าเราไม่มี งานทำมันมี แต่งานดีๆ มันหายาก

กลับมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย
แปลกมาก พอมาอยู่เมืิองไทย ผมต้องปรับตัวเรื่องการใช้รถใช้ถนน อย่างที่ 2 ผมต้องปรับเรื่องการพูดจา จากที่เคยพูดตรงๆ เช่นอาหารช้า เราเร่งๆ คนจะมองว่าเราขวางโลก คนไทยรับไม่ได้ ผมไม่ได้ดัดจริตนะ กลับมาเมืองไทย ผมก็ไปสมัครงานตามที่เรียนมาเลยนะ แต่ไม่สำเร็จ คนบอกว่าพอเห็นวินแบบนี้แล้วสมเพช เรามีทางเลือกตั้งเยอะ ไม่เห็นต้องมาทำแบบนี้เลย บางคนก็บอกว่าผมถอยหลังลงคลอง พูดแบบนี้ ถามว่าผมรู้ไหม รู้สึกว่า ผมไม่ได้ไปฆ่าใครตาย มันคือชีวิตเรานะผมก็ปรับกลวิธีการใหม่ ความเป็นวิน ธาวินที่หลายคนมองถามว่าช่วยผมในการทำงานไหม ถึงช่วยผมก็ไม่สนนะ ผมเคยไปสมัครงานบริษัทใหญ่และผมบอกเขาไปว่า งานที่เกี่ยวกับประชาสัมพันธ์ผมไม่ทำนะ เพราะว่าอย่างหนึ่ง ถ้าผมทำงานผมอยากใช้ความสามารถของตัวเอง

แล้วเริ่มต้นกับอาชีพนักแสดงอีกครั้ง
ผมกลับมาเมืองไทยก็มาสวัสดิีผู้ใหญ่ในวงการและเจอพี่ตุ๊กตา (จิตลดา กัลย์จาฤก) และได้แสดงละครกับพี่ตุ๊กตาเนี่ยละ (หัวเราะ) ผมก็มาคิดว่าจะทำงานหรือเล่นละคร และสุดท้ายก็เลือกละคร กับช่อง 7 ผมมีสัญญานะ เซ็นไป 5 ปีแล้ว ถ้าหมดไม่ต้องเซ็นต่อแล้วนะ อายุมากแล้ว และไม่คิดว่าจะไปไหน ตอนนี้เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นนักแสดงเต็มตัวแล้วนะถามว่ารักอาชีพนี้มากขึ้นไหม(นึก) ก็รักมากขึ้นและเห็นค่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะว่าเราเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง แล้วกลับกลายเป็นธรรมดาตอนไปอยู่เมืองนอก พอเรากลับมา เราเห็นข้อดีในสิ่งที่เรามีมากกว่าเดิม

ตรวจสอบหัวใจกันหน่อย วันนี้มีคนคุยไหม
มีคนคุยนะ ผมเป็นคนที่เก็บตัวเงียบๆ นะ แต่ไปไหนมาไหนก็ปกติ ไม่ได้ปกปิดอะไร ผมก็ไปธรรมดา ไปห้างที่คนเขาเดิน ด้วยความที่ผมมีพื้นที่ส่วนตัวพอสมควรเท่านั้น ถ้าถามถึงเรื่องแต่งงานก็ยังไม่คิดหรอก ไปเรื่อยๆ ก่อน ความสัมพันธ์ของเราจะเป็นอย่างไร ก็เป็นของเราไปเท่านั้นเอง ผมไม่ได้ปิดบัง แต่ไม่อยากป่าวประกาศเท่านัั้น

…อ่านจบแล้วไงดีค่ะ วิ่งซิคะแผงหนังสืออยู่ไหนฉบับวันนี้คือวางแผงเมื่อวานนี้ แหมอยากจะมีแผงหนังสือเป็นของตัวเองจะเปิดอ่านให้หมด เฮอ เฮอ ก็ยังช้าไปอยากจะเป็นระบบฐานของมูลของโรงพิมพ์มากกว่า คือถ้าปรากฏคำว่า “วิน ธาวิน” ให้ส่งข้อความแจ้งเข้ามือถือ จะได้ไปยืนรอที่แผงหนังสือได้ทัน เฮอ เฮอ

เป็นบทสัมภาษณ์ที่ครบถ้วนดีมีทุกเรื่องเลย เหมือนได้ฟังความคิดในแต่ละช่วงของชีวิต เหมือนเปิดใจว่าทำงานในวงการแล้วรู้สึกอย่างไร ก็ไม่ได้เกี่ยวกับพาดหัวชวนฝันสักเท่าไร บางคำตอบก็ตรงดี บางคำตอบก็ธาวิน!!! บางคำเขาไม่ใช้กันนะ ก็ธาวินนะก็เป็นอย่างนี้ เพราะปัจจัยแวดล้อมวินเป็นแบบนี้วินถึงตอบแบบนี้ ถ้าถามนักแสดงคนอื่นเขาไม่กล้าตอบเหมือนธาวิน ถ้าเรามีจุดมุ่งหมายในชีวิตต่างกันจะตอบเรื่องเหล่านี้ต่างกัน ก็ว่ากันไป

นี่เราควรเก็บ Project บู๊ล้างพลาญไปได้เลย รายนี้คงไม่รับอีกเป็นแน่ โห้ช่วดเห็นบทเท่ๆ แล้วดิ จากมุมมองของคนดูเราว่าละครแนวคอมเมดี้มันไม่มีมุมเท่ๆ อ่ะนะ หล่อแต่ไม่เท่อ่ะเข้าใจไหม เรื่องนี้เราก็เลยจดจ้องจดจ่อรอดู เอาจริงๆ ละครแนวนั้นมันอาจจะไม่เหมาะกับประสบการณ์ 11 ปีของธาวินนะ พอเราโตเรามักจะได้ทำสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ที่เหมาะกับประสบการณ์เรามากกว่า อาจจะเรียกว่าความท้าทายก็ได้นะ

แล้วละครแนวดราม่าจะได้ดูอีกป่ะเนี้ย มันเครียดเดี๋ยวสารเคมีในร่างกายย่อยสลายไม่ทัน =   =’ อืมมีเหตุผลกับทุกแนวละครเลยนะ (วิชาชีพอื่นเขาก็เครียดธาวินมันไม่มีอะไรที่ทำแล้ว Happy อยู่ตลอดหรอกเราแค่ต้องหาวิธีผ่อนคลาย แวะไปดำน้ำไรงี้ไง เราเวลาอยากแฮปปี้ก็มาเป็นติ่งธาวิน แฮปปี้ละถึงเวลาทำงานก็ไปลุยกันต่อ) โอ้ยวินจะกลัวอะไรที่บ้านมีคุณหมอตั้งสามคนวินก็ให้คุณหมอแนะนำซิว่าทำไงจะหาย มีพี่ๆเพื่อนๆในวงการเพียบเลยวินขอคำแนะนำก็ได้ ส่วนตัวพี่ว่าบทที่วินจะได้รับในช่วงสัญญา 5 ปีนี้น่าจะไม่ซ้ำแแนวนะ ช่องเขาคงมองว่าแล้วคนดูเขาเห็นอะไร เขาจะเห็นสิ่งที่ต่างออกไปไหม ช่องอาจจะเลือกทำเพื่อคนดูมากกว่านะรู้สึกว่าตัวเองมีบทบาทก็ตอนนี้ล่ะ ฮา ฮา อย่าไปตามใจธาวินมากไปนะคะ เฮอ เฮอ

ส่วนเรื่องอื่นๆ นอกจากเรื่องละครเราละไว้ล่ะกันไม่ขอแสดงความคิดเห็น เราก็มีความคิดอีกแบบที่ต่างออกไปเก็บไว้เป็นการส่วนตัว ฮุ ฮุ ^____^

3 thoughts on “คมชัดลึก: คำสารภาพจากผู้ชายตาหวานความคิดถึงที่เนิ่นนานจาก‘วิน-ธาวิน’ วันที่ 21 พฤษภาคม 2559

  1. โห….. เพิ่งจะบอกไปหยกๆ ว่าชอบวินในแนวเท่ห์ๆ บู๊ๆ ในละครเหยี่ยวรัตติกาลไปไม่ทันไร

    อ่านบทสัมภาษณ์วันนี้แอบใจสลายไปเบาๆ ว่ารายนี้คงจะไม่รับแนวบู๊ให้เราดูอีกแล้ว

    ทั้งหมดที่เราได้คิดเอาไว้ ปุ้ยได้สรุปไว้ให้หมดแล้วในตอนท้ายของบทสัมภาษณ์

    คิดเช่นเดียวกับปุ้ยเลยอ่ะ 11 ปีกับประสบการณ์ในวงการบันเทิง วินต้องได้โจทย์ที่ยากขึ้น

    เพื่อท้าทายความสามารถตัวเองนะ และเรารู้ว่าถ้าวินได้ทำอะไร วินจะทำทุกอย่างเต็มที่เสมอ

    ปล. ติ่งอย่างเราก็จะอยู่ตรงนี้แหละ ทำหน้าที่ของติ่ง คอยดู คอยติดตามผลงานของวินไปตลอดนะ

  2. Re: season_chen

    ความจริงที่เราสรุปไว้แล้วไม่ได้เขียนมันค่อนข้างแรงนะ คิดว่าไม่เป็นไปอย่างที่เชนคิดหรอก

    แต่พิมพ์ไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร ก็เลยไม่พิมพ์

    เราว่าบทสัมภาษณ์นี้ไม่ค่อยดี น่าจะคิดไตร่ตรองก่อนพูดมากกว่านี้

    บ้างคำตอบอ่านแล้วอึ้งไปเลย

  3. จริงๆ ก็มีคิดไว้ที่กล้าพิมพ์คอมเม้นท์ลงในนี้นะ

    แต่ไม่กล้าพิมพ์คอมเม้นท์ลงในนี้เลย

    อ่านๆ ไปก็อึ้งไปเหมือนกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s